15/พ.ค./2021

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงสนามแฟรนไชส์
สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจระบบแฟรนไชส์ให้ถูกต้องเสียก่อนนะคะ
ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดปัญหามากมายตามมา
ตัวอย่างเช่น 4 ข้อที่สรุปมาให้ดังต่อไปนี้
มีเรื่องใดบ้างไปฟังกันเลยค่ะ

โดย
อาจารย์จิรภัทร สำเภาจันทร์
ประธานคณะที่ปรึกษาฯ
ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ธุรกิจการตลาดและแฟรนไชส์
อดีตเลขาธิการสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์
ที่อยู่วงในแฟรนไชส์มากกว่า 20 ปี
สอนวิชาด้านการตลาดแฟรนไชส์ในหลักสูตรของกระทรวงพาณิชย์ยาวนานกว่า 10 ปี
มีประสบการณ์เป็นแฟรนไชส์ซอขยายสาขาธุรกิจมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ
————————–
#TopBusiness
#เริ่มธุรกิจแฟรนไชส์
#บริหารงานขยายแฟรนไชส์
#ทีมขยายสาขา
#ที่ปรึกษาสร้างธุรกิจแฟรนไชส์
#ที่ปรึกษาธุรกิจครบวงจร
#เวิร์คช็อปสร้างแฟรนไชส์
————————–
โทร : 083-250-0019
LINE: @Topbusiness


7-Facts-ทำไมธุรกิจต้องทำ2.jpg
15/พ.ค./2021

7 Facts ทำไมธุรกิจต้องทำคู่มือปฏิบัติการ “Operation Manual”

ปัญหาใหญ่สำหรับผู้ประกอบการโดยเฉพาะในธุรกิจแฟรนไชส์ คือการที่ต้องสอนวิธีการทำงานให้กับพนักงานซ้ำๆ ขาดวิธีการรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน หรือพนักงานแต่ละคน ต่างมีรูปแบบการปฏิบัติงานที่ต่างกันไปตามประสบการณ์ ความสามารถ และการตัดสินใจ ทุกสิ่งล้วนส่งผลต่อมาตรฐานของธุรกิจทั้งสิ้น ที่เป็นเช่นนี้ เพราะไม่มีแนวทางการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ จึงเป็นที่มาของข้อเท็จจริงทั้ง 7 ประการ ที่สมควรต้องทำ “คู่มือปฏิบัติการ” หรือ “Operation Manual”

1. ทำให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา (Standard Maintenance)
การบริหารสาขาที่มีมากมาย ความท้าทายที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่เท่าเทียมกันหรือเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา การทำคู่มือปฏิบัติการที่ประกอบไปด้วยวิธีการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมคุณภาพของการจัดการแต่ละสาขา เป็นแผนที่นำทางให้ทุกตำแหน่งงานในสาขาปฏิบัติงานในแบบเดียวกัน และยังเป็นข้อตกลงสำคัญของการทำงานร่วมกันในระบบแฟรนไชส์

2. ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น (Increase Efficiency)
การสร้างคู่มือปฏิบัติการ ถือเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคู่มือฯ เป็นการกลั่นกรองวิธีการทำงานที่ถูกต้องอย่างละเอียด ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ที่ไม่เคยมีทักษะหรือประสบการณ์สามารถทำตามได้ง่าย และได้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกับผู้ที่มีประสบการณ์ อีกยังเป็นการเพิ่มศักยภาพของตัวบุคคล เพราะการให้การเรียนรู้อย่างเป็นระบบ จะทำให้พนักงานสามารถทำงานทดแทนกันได้

3. เป็นศูนย์รวม Know-how ที่จำเป็น (Essential Know-how Center)
การดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ ต้องใช้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในหลายสาขามาประกอบกัน คู่มือปฏิบัติการ จึงถือเป็นแหล่งรวม Know-how ของบุคคลทุกแผนก ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในส่วนงานนั้นๆ จนสั่งสมกลายเป็นประสบการณ์ที่กลั่นออกมาเป็น Know-how ให้ผู้อื่นปฏิบัติตามได้ง่าย

4. ลดปัญหาซ้ำๆ ของการปฏิบัติงาน (Reduce Operational Problems)
หากกิจการไม่มีระบบคู่มือปฏิบัติการที่ชัดเจน นอกจากจะทำให้การบริหารจัดการร้านค้าไม่ได้มาตรฐาน ยังอาจพบปัญหาซ้ำ ๆ ที่อาจตามมาได้ อาทิ พฤติกรรมการต้อนรับลูกค้าที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันจนเกิดการร้องเรียน ความผิดพลาดในขั้นตอนการชำระเงินที่ส่งผลต่อกำไรขาดทุน เป็นต้น

5. ช่วยลดต้นทุน (Reduce Costs)
นอกจากจะระบุถึงขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบ ในคู่มือปฏิบัติการยังมีการะบุถึงวิธีการสั่งซื้อสินค้าและระบุแหล่งประจำในการจัดซื้อ เมื่อมีกำลังซื้อมาก ก็ย่อมมีกำลังต่อรองเรื่องราคามากขึ้น ช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถลดต้นทุนสินค้าและบริการได้

6. เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโต (Business Tool)
คู่มือปฏิบัติการเป็นการระบุ Know-how ความสำเร็จของธุรกิจที่สามารถทำให้ผู้อื่นไปปฏิบัติตามได้ง่าย โดยผู้อื่นสามารถเปิดธุรกิจในรูปแบบเดียวกัน กลุ่มลูกค้าเดียวกัน ตรงส่วนไหนของโลกก็ได้ เกิดการขยายสาขาอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอนตามที่ระบุไว้ในคู่มือฯ ทำให้ธุรกิจเกิดการเติบโตขึ้นได้ง่าย

7. เพิ่มทักษะใหม่ๆ ทางเทคโนโลยีได้ (Increase Technology Skills)
เมื่อกิจการมีการอัปเดตระบบการทำงานใหม่ๆ ก็สามารถเพิ่มเนื้อหาในคู่มือปฏิบัติการเพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้ทักษะให้เท่าทันกับเทคโนโลยีได้ เมื่อพนักงานมีทักษะการทำงานที่เพิ่มขึ้น ก็ส่งผลต่อผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อาทิ คู่มือการขายสินค้าทางบัญชีธุรกิจไลน์ เป็นต้น

ดังนั้น การทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จเป็นไปตามมาตรฐาน การสร้างคู่มือปฏิบัติการ หรือ “Operation Manual” จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกกิจการต้องจัดทำเนื้อหา เพื่อให้พนักงานทุกคนทุกระดับ สามารถปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะกิจการที่มีหลายสาขาและกิจการที่เป็นระบบแฟรนไชส์


7-เหตุผล3.jpg
15/พ.ค./2021

7 เหตุผลว่าทำไม แบรนด์มีมูลค่ามากกว่าตัวสินค้า

การพัฒนาธุรกิจในปัจจุบัน นอกจากจะให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการ ยังต้องคำนึงถึงเป้าหมายการสร้างมูลค่าแบรนด์อีกด้วย เพราะ “แบรนด์” คือจุดยืนที่สำคัญของบริษัท อีกทั้งความแข็งแกร่งของแบรนด์นั้นสามารถวัดเป็นตัวเงินได้จริงและมีการซื้อ-ขายอย่างเป็นรูปธรรมได้ ซึ่งมูลค่าแบรนด์นี่เอง ที่จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับทุกๆ องค์กร จึงเป็นที่มาของ 7 เหตุผลว่าทำไม แบรนด์ถึงมูลค่ามากกว่าสินค้า ดังนี้

1.แบรนด์มีอายุมากกว่า
การแข่งขันของธุรกิจส่วนใหญ่ มักออกสินค้าหรือแคมเปญใหม่ๆ มาเพื่อกระตุ้นยอดขายให้มากขึ้น แต่สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนไปเลยคือตัวแบรนด์สินค้า เพราะธรรมชาติของสินค้านั้นมีขึ้นมีลงตามเทศกาลหรือเวลา แต่แบรนด์ต้องใช้โปรโมทสินค้าอยู่ตลอด ดังนั้นการสร้างแบรนด์ที่ทรงพลังจะเป็นตัวโปรโมทสินค้าได้เป็นอย่างดี

2.แบรนด์ถูกนำไปใช้งานมากกว่า
สังเกตได้ง่ายๆ ว่า เราจะเห็นแบรนด์หรือโลโก้อยู่บนสื่อทุกชนิดที่ออกไปหาลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น บนตัวสินค้า บรรจุภัณฑ์ ป้ายโฆษณา หรือแม้กระทั่งชุดยูนิฟอร์ม เรียกได้ว่าลูกค้าจะต้องได้เห็นชื่อแบรนด์ปรากฏจากที่ใดที่หนึ่ง ก่อนที่จะเห็นหรือได้สัมผัสตัวสินค้าจริงๆ

3.แบรนด์สร้างคุณค่าได้มากกว่า
สินค้านั้นมีไว้ใช้งาน แต่แบรนด์จะบ่งบอกว่าคนใช้งานนั้นมีตัวตนอย่างไร ดังนั้นหากแบรนด์สามารถสร้างตัวตนให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับแบรนด์ได้ ย่อมสร้างคุณค่าทางจิตใจที่มีความหมายมากกว่าตัวสินค้าได้

4.แบรนด์ช่วยในการตัดสินใจได้มากกว่า
ลองสังเกตไหมว่า เวลาเรามองไปที่ชั้นวางสินค้าประเภทเดียวกัน เช่น ขวดน้ำดื่ม อะไรเป็นสิ่งดลใจทำให้เราหยิบขวดนั้นขึ้นมา นั่นก็คือแบรนด์ แบรนด์ที่สร้างการจดจำได้ดี เข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้ ก็จะทำให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าเรามากขึ้นตามไปด้วย

5.แบรนด์สร้างกำไรได้มากกว่า
ของใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้วัสดุการทำที่ไม่ได้แตกต่างกันนัก แต่ถ้าติดแบรนด์ที่สร้างมาดีจนทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ รู้สึกเป็นที่ยอมรับในสังคม แบรนด์ก็สามารถเปลี่ยนของใช้ธรรมดา ให้เป็นของที่มีมูลค่าเพิ่มได้   เช่น ผ้าขนหนูแอร์เมส โบว์ชาแนล รองเท้าแตะอดิดาส เป็นต้น

6. แบรนด์สร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่า
เวลาเราซื้อสินค้า เรามักมองหาสินค้าที่มีคุณภาพเชื่อถือได้ หากแบรนด์ได้มีการสร้างชื่อเสียงในด้านดีและรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง ลูกค้าก็ย่อมเกิดความไว้วางใจ เวลาออกสินค้าใหม่ ลูกค้าก็ให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพ

7.แบรนด์สร้างรีวิวได้มากกว่า
เวลาเราพึงพอใจในสินค้าหรือบริการ เรามักจะเป็นแบ่งปันประสบการณ์ที่เราได้รับให้ผู้อื่นรับรู้ด้วย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การสื่อสารเป็นไปได้ง่าย แบรนด์ที่สามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้า ก็ย่อมทำให้เกิดการบอกต่อหรือการรีวิวต่อได้ไม่ยาก

จะเห็นได้ว่า หากมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ผลของการสร้างแบรนด์จะนำไปสู่การสร้างธุรกิจ และการมีแบรนด์ที่ดีก็เป็นตัวช่วยในการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและธุรกิจได้ แต่การจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมีหลายองค์ประกอบรวมกัน ทั้งคุณภาพและการบริการ ช่องทางการจัดจำหน่าย การตลาดที่ทำการสื่อสารได้อย่างตรงจุด เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และที่สำคัญคือความต่อเนื่องในการเน้นย้ำถึงจุดยืนของแบรนด์ เพราะถ้าขาดองค์ประกอบเหล่านั้นไป จากแบรนด์ที่ดีก็อาจจะกลายเป็นแบรนด์ที่ถูกลืมได้


15/พ.ค./2021

สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่คิดจะลงสนามขายแฟรนไชส์ต้องไม่พลาด กับ 4 เทคนิคดี ๆ

ในการขายแฟรนไชส์ ให้โดนใจนักลงทุน

โดย
อาจารย์จิรภัทร สำเภาจันทร์
ประธานคณะที่ปรึกษาฯ
ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ธุรกิจการตลาดและแฟรนไชส์
อดีตเลขาธิการสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์
ที่อยู่วงในแฟรนไชส์มากกว่า 20 ปี
สอนวิชาด้านการตลาดแฟรนไชส์ในหลักสูตรของกระทรวงพาณิชย์ยาวนานกว่า 10 ปี
มีประสบการณ์เป็นแฟรนไชส์ซอขยายสาขาธุรกิจมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ

————————–
#TopBusiness
#เริ่มธุรกิจแฟรนไชส์
#บริหารงานขยายแฟรนไชส์
#ทีมขยายสาขา
#ที่ปรึกษาสร้างธุรกิจแฟรนไชส์
#ที่ปรึกษาธุรกิจครบวงจร
#เวิร์คช็อปสร้างแฟรนไชส์
————————–
โทร : 083-250-0019
LINE: @Topbusiness


2.jpg
15/พ.ค./2021

เทคนิคการเลือกที่ปรึกษา มาพัฒนาระบบแฟรนไชส์

ในการลงมือขยายสาขาแฟรนไชส์ ความรู้ความเข้าใจในระบบแฟรนไชส์เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้ เพราะมีหลายต่อหลายกิจการที่ตัดสินใจขายแฟรนไชส์ไปโดยที่ยังไม่มีความเข้าใจดีพอ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยผู้ประกอบการลดความผิดพลาดในจุดนี้ได้ คือการสรรหาที่ปรึกษาแฟรนไชส์มาช่วยออกแบบพัฒนาระบบ ด้วย 8 เทคนิคในการเลือกที่ปรึกษาแฟรนไชส์ ที่นำมาฝากให้คิดพิจารณาดังนี้

1. เลือกที่ปรึกษาที่เน้นกระบวนการปฏิบัติที่ประยุกต์ใช้ได้จริง
ที่ปรึกษาที่ดีควรมีทั้งความรู้และประสบการณ์จริงที่ไม่มีสอนในตำรา แต่เป็น Know-How ที่กลั่นออกมาเป็นแนวทางปฏิบัติและสามารถนำไปปรับใช้ได้ง่าย รวมถึงสามารถวิเคราะห์ถึงศักยภาพทางธุรกิจ ว่ามีจุดแข็งด้านใดที่สามารถพัฒนาศักยภาพให้เติบโต และสกัดจุดอ่อนของธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้

2. เลือกที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อเรามองหาที่ปรึกษาธุรกิจ คือเรามองหาคนที่จะมาช่วยแนะนำในสิ่งที่ตนเองยังขาดความรู้และประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ ดังนั้นหากเจอที่ปรึกษาที่เห็นด้วยตลอดเวลา ไม่แสดงความคิดเห็นที่ตรงกับความเป็นจริง อาจไม่สามารถสะท้อนในสิ่งที่ยังเป็นปัญหาและแนะนำวิธีการแก้ไขที่ถูกต้องได้

3. เลือกที่ปรึกษาที่มีแผนการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ
ที่ปรึกษาแฟรนไชส์ที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่คอยรับฟังและให้คำแนะนำ แต่ควรมีการวางระบบและแนวทางในการให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ขาดความรู้และประสบการณ์ สามารถนำไปปฏิบัติตามได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามแผนที่ได้วางไว้

4. เลือกที่ปรึกษาที่มีการทำงานเป็นทีม
ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นระบบที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้ศาสตร์ความรู้ในหลายแขนง อาทิ การสร้างร้านต้นแบบ การวางระบบคู่มือปฏิบัติงาน การวางแผนกลยุทธ์การตลาด การวางแผนทางการเงิน การร่างกฎหมายแฟรนไชส์ เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดข้างต้น ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขามาช่วยคิดค้นและพัฒนา ดังนั้นเวลาเลือกที่ปรึกษา ต้องคำนึงเสมอว่า บริษัทที่คัดเลือกนั้น มีทีมผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขามาช่วยวางระบบหรือไม่

5. เลือกที่ปรึกษาที่เท่าทันเทคโนโลยี
ในปัจจุบันการเติบโตของเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นที่ปรึกษาที่ดีควรทันโลกและทันเหตุการณ์ สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ระบบแฟรนไชส์นั้นมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจได้

6. เลือกที่ปรึกษาที่มีระบบวัดผลความก้าวหน้าได้
สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า การให้คำปรึกษานั้นก่อให้เกิดประโยชน์ก็คือ ตัว KPI หรือการมีตัวชี้วัดว่าการให้คำปรึกษานั้นมีประสิทธิภาพออกมาเป็นรูปธรรมได้ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น หรือธุรกิจเติบโตขายแฟรนไชส์ได้ตามระยะเวลาที่ได้วางแผนไว้ เป็นต้น

7. เลือกที่ปรึกษาที่มีการการันตี
การที่ธุรกิจจะเติบโตแข็งแกร่งได้นั้น ก็มาจากการวางแผน การลงมือปฏิบัติ และการปรับปรุงแก้ไขที่ตรงจุด เพราะแม้จะมีการวางแผนกลยุทธ์ที่ดี แต่กว่าจะบรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้ได้นั้นต้องใช้เวลา ดังนั้นที่ปรึกษาที่ดีจึงควรอยู่ให้คำปรึกษาจนสามารถขยายแฟรนไชส์ เพราะนั่นหมายถึงการการันตีว่าที่ปรึกษา จะพาเราไปถึงจุดหมายที่วางร่วมกันไว้ได้

8. เลือกที่ปรึกษาจากความพึงพอใจที่ผ่านมา
เมื่อเราเลือกที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์มาพัฒนาระบบ แน่นอนว่าต้องมีผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์ ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทีมที่ปรึกษานั้น มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด สามารถดูได้จากข้อมูลความพึงพอใจที่ผ่านมา เพื่อให้เราได้ศึกษาประกอบการพิจารณาได้

เหตุผลที่ควรจ้างที่ปรึกษานั้น เพราะการทำแฟรนไชส์คือการขายสิทธิ์กิจการทั้งระบบ กอปรกับธุรกิจแฟรนไชส์นั้นมีการแข่งขันสูง หากวางระบบไม่ดีและขาดกลยุทธ์ในการแข่งขัน เมื่อขายแฟรนไชส์ออกไป อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดส่งผลต่อธุรกิจต้นแบบที่ทำอยู่ได้


15/พ.ค./2021

ไม่ว่าคุณจะขายสินค้าหรือบริการ

ยุคนี้เป็นยุคที่การสร้างแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญ

เพราะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือบริการของเราได้

แต่จะสร้างแบรนด์อย่างไร ให้เข้มแข็ง ทำให้รายได้เติบโต

ตามไปฟัง 3 เทคนิคดีๆ กางปีก🧚ให้แบรนด์ ที่เจ้าของกิจการต้องไม่พลาดค่ะ

โดย
อาจารย์จิรภัทร สำเภาจันทร์
ประธานคณะที่ปรึกษาฯ
ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ธุรกิจการตลาดและแฟรนไชส์
อดีตเลขาธิการสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์
ที่อยู่วงในแฟรนไชส์มากกว่า 20 ปี
สอนวิชาด้านการตลาดแฟรนไชส์
ในหลักสูตรของกระทรวงพาณิชย์ยาวนานกว่า 10 ปี
มีประสบการณ์เป็นแฟรนไชส์ซอร์
ขยายสาขาธุรกิจมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ

————————–
#TopBusiness
#เริ่มธุรกิจแฟรนไชส์
#บริหารงานขยายแฟรนไชส์
#ทีมขยายสาขา
#ที่ปรึกษาสร้างธุรกิจแฟรนไชส์
#ที่ปรึกษาธุรกิจครบวงจร
#เวิร์คช็อปสร้างแฟรนไชส์
————————–
โทร : 083-250-0019
LINE: @Topbusiness


15/พ.ค./2021

เวลาเราไปเดินตามตลาดหรือศูนย์การค้าก็ดี
จะเห็นได้ชัดว่าธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดัง
เปิดเรียงรายกันจนเราเลือกซื้อไม่ถูกเลยใช่ไหมคะ
วันนี้เลยพาไปส่องความฮอตว่าทำไม
ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มจึงครองแชมป์อันดับหนึ่ง
ที่คนนิยมลงทุนซื้อแฟรนไชส์มากที่สุด
ไปฟังกันได้เลยค่ะ

วิเคราะห์โดย
อาจารย์จิรภัทร สำเภาจันทร์
ประธานคณะที่ปรึกษาฯ
ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ธุรกิจการตลาดและแฟรนไชส์
อดีตเลขาธิการสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์
ที่อยู่วงในแฟรนไชส์มากกว่า 20 ปี
สอนวิชาด้านการตลาดแฟรนไชส์
ในหลักสูตรของกระทรวงพาณิชย์ยาวนานกว่า 10 ปี
มีประสบการณ์เป็นแฟรนไชส์ซอร์
ขยายสาขาธุรกิจมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ

————————–
#TopBusiness
#เริ่มธุรกิจแฟรนไชส์
#บริหารงานขยายแฟรนไชส์
#ทีมขยายสาขา
#ที่ปรึกษาสร้างธุรกิจแฟรนไชส์
#ที่ปรึกษาธุรกิจครบวงจร
#เวิร์คช็อปสร้างแฟรนไชส์
————————–
โทร : 083-250-0019
LINE: @Topbusiness


-5-คุณสมบัติ55-1.jpg
15/พ.ค./2021

แฟรนไชส์ซอร์ต้องมี 5 คุณสมบัติ มัดใจนักลงทุน💘

การแข่งขันกับโลกธุรกิจเป็นของคู่กัน การแข่งขันในระบบแฟรนไชส์ก็ดุเดือดไม่แพ้กันด้วย นักลงทุนหน้าใหม่ที่ต้องการซื้อแฟรนไชส์สักตัว ก็ย่อมมองหาธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ที่ตนเองต้องการ แล้วอะไรที่จะเป็นตัวตัดสินให้นักลงทุนเลือกมาซื้อธุรกิจของคุณ ลองไปดู 5 คุณสมบัติของแฟรนไชส์ซอร์ ที่สามารถดึงดูดแฟรนไชส์ซีให้หันมาสนใจในตัวแฟรนไชส์ซอร์ได้

1 มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง มีฐานลูกค้า และเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
ชื่อเสียงเป็นจุดตั้งต้นหนึ่งที่นักลงทุนมือใหม่ต้องการ เพราะสิ่งนั้นสามารถลดความเสี่ยงในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ได้ แฟรนไชส์ซอควรสร้างแบรนด์ของตนเองให้เป็นที่ยอมรับ ดูแลรักษาภาพลักษณ์ให้โดดเด่นเหนือคู่แข่งให้ได้

2 มีรูปแบบธุรกิจที่เชื่อถือได้
สิ่งต่อมาที่นักลงทุนจะมองหาในตัวแฟรนไชส์ซอร์ก็คือ รูปแบบทางธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือ มีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการวางกรอบแผนงานที่แน่นอน อาทิ จำนวนเงินที่ต้องลงทุน กระบวนการที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นแฟรนไชส์ การบริหารจัดการสาขา และเอกสารข้อมูลแฟรนไชส์นั้นถูกต้องน่าเชื่อถือหรือไม่

3 มีระบบสนับสนุนช่วยเหลือแฟรนไชส์ซี
การเป็นแฟรนไชส์ซอร์ที่ดีนั้น ไม่จบอยู่ที่การขายสิทธิ์ไปแล้วปล่อยให้แฟรนไชส์ซีเผชิญโลกธุรกิจด้วยตนเอง แต่ต้องมีการจัดฝึกอบรมการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยี สนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น รวมถึงวางกลยุทธ์การตลาดที่ดีให้แก่แฟรนไชส์ซีด้วย เพราะหากไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ใช่วิถีในระบบแฟรนไชส์

4 มีการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญอีกข้อคือการที่แฟรนไชส์ซอร์นั้นไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ใช่ว่าแบรนด์แข็งแกร่งก็ชะล่าใจ ไม่การทำการตลาด ปล่อยให้แต่ละสาขาบริหารจัดการด้วยตนเอง หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่สามารถดึงดูดนักลงทุน เพราะผู้ที่สนใจซื้อแฟรนไชส์นั้น เขาก็หวังพึ่งว่าบริษัทแม่จะคอยช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจนั้นเติบโตในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

5 มีสัญญาที่เป็นธรรม
ปัจจัยสุดท้ายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นข้อผูกพันทางกฎหมาย สัญญาที่เสนอแก่ผู้ที่จะมาซื้อแฟรนไชส์ก็ต้องตั้งอยู่บนความสมเหตุสมผล ไม่เอารัดเอาเปรียบ ค่าใช้จ่ายและระยะคืนทุนก็ต้องตั้งอยู่บนหลักการที่เชื่อถือได้ ที่สำคัญไม่ควรมีลับลมคมในกับแฟรนไชส์ซี และต้องเข้าใจว่าแฟรนไชส์ซีนั้นไม่ใช่ลูกน้อง แต่เป็นผู้ร่วมทำธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความเติบโตไปด้วยกัน

แฟรนไชส์ซอร์ต้องจำไว้เสมอเลยว่า หน้าที่ของแฟรนไชส์ซอร์นั้นไม่ได้จบอยู่ที่การขายสิทธิ์ให้แฟรนไชส์ซี แต่แฟรนไชส์ซอร์มีหน้าที่สนับสนุนทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้แฟรนไชส์ซีสามารถดำเนินกิจการให้ไปในทิศทางเดียวกันได้ เมื่อแฟรนไชส์ซีมีปัญหา แฟรนไชส์ซอร์ก็ต้องเข้าไปมีบทบาทในการช่วยเหลืออีกด้วย


9-ข้อต้องรู้2.jpg
15/พ.ค./2021

9 ข้อต้องรู้ ขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์ ดียังไง

การทำธุรกิจต้องไม่หยุดคิดพัฒนา เพราะคู่แข่งพร้อมจะแซงหน้าเราเสมอ ดังนั้นผู้ประกอบที่ดำเนินธุรกิจจนเติบโตมาได้ในระดับหนึ่ง อาจต้องหาควานหากลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้น การขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยได้ และยังมีข้อดีที่ช่วงทุ่นแรงนักลงทุนด้วย 9 ข้อดังนี้

1 ลดความเสี่ยงในการลงทุน
ธุรกิจแฟรนไชส์คือการที่เจ้าของธุรกิจเป็นผู้วางระบบ และให้นักลงทุนนั้นมาซื้อสิทธิ์ไปดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง ทำให้เจ้าของแฟรนไชส์ลดความเสี่ยงในการลงทุนเพิ่มด้วยตนเอง และมีได้รายได้จากแฟรนไชส์ซีมาพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้มากขึ้น

2 สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ
การขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์นั้น ทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ย่อมเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของธุรกิจที่สามารถต่อยอดขยายสาขา อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจได้

2 เป็นการประชาสัมพันธ์ตัวแบรนด์สินค้า
ยิ่งมีสาขามาก ก็ยิ่งมีคนรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น การขยายธุรกิจด้วยแฟรนไชส์จึงถือเป็นการประชาสัมพันธ์ว่าสินค้านั้นเป็นที่ยอมรับ มีคนให้ความนิยม สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้าได้มากขึ้น

3 ขยายตลาดผู้บริโภค
เมื่อขยายสาขาได้มากขึ้น สินค้าและบริการของเราก็เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในพื้นที่นั้นๆ และอาจก่อให้เกิดการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในท้องถิ่นนั้นๆ ได้ด้วย

5 เพิ่มจุดกระจายสินค้า
หากเราคิดจะเพิ่มจุดกระจายสินค้า สิ่งที่ต้องทำคือสำรวจพื้นที่ หาทำเลที่ตั้ง ลงทุนเรื่องการสร้างคลังสินค้าหรือต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ แต่หากขยายธุรกิจด้วยระบบแฟรนไชส์ เจ้าของกิจการไม่จำเป็นต้องสรรหาพื้นที่เอง เพราะแฟรนไชส์ซีจะเป็นผู้เลือกทำเลที่ตนเองมองเห็นถึงศักยภาพในการทำธุรกิจ ผู้ขายแฟรนไชส์เพียงพิจารณาถึงความเหมาะสมและกำหนดเงื่อนไขในการจัดตั้งรูปแบบสาขาเท่านั้น

6 เพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจ
เมื่อมีสาขามากขึ้น เจ้าของธุรกิจก็ได้เม็ดเงินจากผู้ลงทุนมากขึ้น รวมถึงยังได้ค่า Royalty Fee หรือ ค่าส่วนแบ่งยอดขายในแต่ละเดือนอีกด้วย การขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์จึงเป็นการเพิ่มผลกำไรจากธุรกิจที่ทำอยู่โดยที่ไม่ต้องลงทุนขายสินค้าด้วยตนเอง

7 สร้างอำนาจในการต่อรองได้มากขึ้น
เมื่อมีช่องทางการจำหน่ายสินค้ามากขึ้น มีความต้องการของตลาดมากขึ้น มีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น ยอมทำให้ธุรกิจนั้นเป็นที่น่าเชื่อถือ มีอำนาจต่อรองในการสั่งซื้อวัตถุดิบจากผู้จัดจำหน่าย ทำให้ต้นทุนราคาของวัตถุดิบนั้นถูกลง

8 เป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน
การที่ธุรกิจมีขนาดเล็กและไม่เป็นที่รู้จัก อาจเสียเปรียบในแง่ของการแข่งขัน ดังนั้นการขยายสาขามากขึ้น จึงเป็นข้อได้เปรียบในเรื่องของขนาดธุรกิจและชื่อเสียง อีกทั้งการที่ต้นทุนวัตถุดิบลดลง ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เรามีข้อได้เปรียบในการแข่งขันได้

9 สร้างการเจริญเติบโตของบุคลากรในองค์กร
แน่นอนว่าเมื่อองค์กรขยายใหญ่ขึ้น ย่อมต้องมีผู้ดูแลในส่วนต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้พนักงานที่มีอยู่เดิมซึ่งมีประสบการณ์ในด้านต่างๆ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ดูแลงานในส่วนนั้นๆ ได้ ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน เพื่อให้ทุกคนได้พัฒนาตนเอง เพิ่มก้าวหน้าและเพิ่มศักยภาพการทำงานให้กับองค์กรได้

จะเห็นได้ว่า การขยายธุรกิจด้วยระบบแฟรนไชส์ เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ผู้ประกอบการควรนำมาคิดพิจารณา อย่างไรก็ตาม ก่อนลงมือทำก็ต้องเริ่มจากการเรียนรู้และเข้าใจระบบแฟรนไชส์ให้เข้าใจถ่องแท้เสียก่อน เพื่อให้การขยายแฟรนไชส์เป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ


15/พ.ค./2021

หากกิจการที่ทำอยู่ มีลูกค้ามาสนใจซื้อแฟรนไชส์
ลองมาฟังวิธีการที่ช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่า
จะขายแฟรนไชส์ดีหรือไม่🤔
ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องไม่พลาดชมนะคะ

โดย👨‍💼
อ.จิรภัทร สำเภาจันทร์
ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ธุรกิจและแฟรนไชส์
อดีตเลขาธิการ,อุปนายกสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์

 

————————–
#TopBusiness
#เริ่มธุรกิจแฟรนไชส์
#บริหารงานขยายแฟรนไชส์
#ทีมขยายสาขา
#ที่ปรึกษาสร้างธุรกิจแฟรนไชส์
#ที่ปรึกษาธุรกิจครบวงจร
#เวิร์คช็อปสร้างแฟรนไชส์
————————–
โทร : 083-250-0019
LINE: @Topbusiness


750x150-white-2

ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์ ที่ปรึกษาและงานบริหารจัดการ เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ สนับสนุนการดำเนินงานธุรกิจการค้า พัฒนาค้าปลีกและแฟรนไชส์ ขยายแนวคิด Start up ขับเคลื่อน SMEs จัดการปัญหาภายใน ตลอดจนเพิ่มยอดขาย ขยายกำไร อย่างมีประสิทธิภาพ

Copyright by Top Business 2019. All rights reserved.