Banner-DISCS.jpg
06/ก.ค./2020

💥 #ปรับธุรกิจให้ทัน เปลี่ยนให้ไว!
Business Health Check ในแบบ #DISCS
เครื่องมือประเมินศักยภาพ
สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ
พัฒนาโดย #Topbusiness
.
.
.
ถ้าคุณกำลังคิด หรือกำลังขยายธุรกิจด้วย
#แฟรนไชส์ #ห้ามพลาด เช็คศักยภาพในธุรกิจตัวเอง จุดไหนต้องระวัง จุดไหนทำดีอยู่แล้ว เพื่อต่อยอดธุรกิจสู่แฟรนไชส์ขั้นสุด!

ผ่านกระบวนการ Coaching ของเรา
#Franchise Shortcut to Success Coaching Program” แปลงร่างธุรกิจ ติดอาวุธด้วยแฟรนไชส์ 💥
.
.
.
#คุณจะได้อะไรจากโปรแกรมนี้

1. ประเมินศักยภาพธุรกิจสู่แฟรนไชส์ของคุณผ่านเครื่องมือ #DISCS
2. Exclusive Private Consult แบบส่วนตัว 1 ครั้ง ดึงศักยภาพในธุรกิจคุณสู่แฟรนไชส์ กับโค้ชนักปั้นและให้คำปรึกษาพัฒนาแฟรนไชส์มากว่า 20 ปี
3. ฟรี สัมมนาออนไลน์ พร้อมถามตอบสดๆ จากทีมกูรูนักปั้นธุรกิจ

 เทคนิคขยายสาขาด้วยสูตรแฟรนไชส์
 การสร้างระบบแฟรนไชส์
 การบริหารและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจแฟรนไชส์
 กลยุทธ์การขายแฟรนไชส์และบริหารแฟรนไชซี

4. โปรแกรมนี้จะเริ่มต้นขึ้นระหว่างวันที่ 14-30 มี.ค. 63

#นำทีมที่ปรึกษาโดย

📌อ.จิรภัทร สำเภาจันทร์
➡️ ประธานคณะที่ปรึกษา Top Business Consultant and Management Co., Ltd.
➡️ ผู้ร่วมก่อตั้ง และอดีตเลขาธิการสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์
➡️ อดีตที่ปรึกษาโครงการเเฟรนไชส์ไทยสู่เเฟรนไชส์โลก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
➡️ ผู้มีประสบการณ์จริงกว่า20ปี ปั้นธุรกิจแฟรนไชส์ของตัวเองจนขยายได้มากกว่า300สาขา และให้คำปรึกษาพัฒนาระบบแฟรนไชส์-ค้าปลีก-การตลาด

#ร่วมกับกูรูในวงการแฟรนไชส์แนวหน้าของไทย

📌 อ.กฤษฏ์ กาญจนบัตร
➡️ โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์องค์กร Top Business Consultant and Management Co., Ltd.
➡️ อุปนายกสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์
➡️ กรรมการผู้จัดการ “บริษัท คาร์เเลค (ไทย-เยอรมัน) จำกัด เเละ บริษัท โมลี จำกัด”
➡️ ผู้ประกอบการตัวจริง ที่มีสาขาเเฟรนไชส์ในไทย-อาเซียน

📌 อ.สายัณห์ ไวรางกูร
➡️ ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และการเงินค้าปลีก-แฟรนไชส์Top Business Consultant and Management Co., Ltd.
➡️ ผู้เชี่ยวชาญในงานวางระบบการบริหารผลการดำเนินงานธุรกิจในธุรกิจทุกขนาด
➡️ ประสบการณ์กว่า20ปี อาจารย์และวิทยากรด้านการจัดการทางการเงินและระบบการบริหารผลการดำเนินงานให้กับมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ

📌อ.มนันพัทธ์ ธนัทธนารมย์
➡️ ที่ปรึกษาอาวุโสค้าปลีกและแฟรนส์ไชส์.Top Business Consultant and Management Co., Ltd.
➡️ ผู้เชี่ยวชาญนำธุรกิจแฟรนไชส์ชั้นนำหลายแบรนด์ของไทยขยายสู่กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนสำเร็จ
➡️ สตรีไทยคนแรก ที่ได้รับการรับรองหลักสูตรระดับโลก CFE. จากสหรัฐอเมริกา
➡️ ผู้มีประสบการณ์ที่ปรึกษาร่วมพัฒนาแฟรนไชส์ไทยมาแล้วมากกว่า 50 แบรนด์
.
.
.
ตัดสินใจด่วน ราคาพิเศษ
฿4,900 จากมูลค่าปกติ ฿30,000
เรทราคานี้ เฉพาะ 20 กิจการแรกเท่านั้น!
สมัครด่วน! ทัก Inbox มาได้เลย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร 0-2377-4524
LINE: @Topbusiness
หรือคลิกที่นี่ https://lin.ee/bpXqs1x


Banner-Payday-ยกงานนี้ให้เรา-Payroll-outsourcing.jpg
06/ก.ค./2020

#จำเป็นไหม
ต้องจ้าง “Payroll Outsource”
.
.
.
เอาเป็นว่า‼️
👌ถ้าไม่อยากให้ฐานข้อมูลเงินเดือนรั่วไหล
ความลับไม่เป็นความลับ
👌ไม่เชี่ยวชาญเรื่องคำนวณเงินเดือนตามกฎหมาย
👌พนักงานที่ทำเงินเดือนลาออก งานสะดุด
👌ลองซื้อโปรแกรมเงินเดือนมาก็ยังไม่ตอบโจทย์
แถมยังต้องมีคนนั่งทำอยู่ดี
.
.
.
#จะดีกว่าไหมถ้ามี #คู่คิด…นักทำ
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยดูแล
งาน #HR ที่เป็นหัวใจสำคัญขององค์กรให้คุณ


#TopBusiness
#ที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์
#บริการจัดทำเงินเดือนพนักงานครบวงจร
#รองรับทุกขนาดกิจการ S/M/L

โซลูชั่นการบริหารงานทรัพยากรบุคคล (HRM) เต็มรูปแบบ! คุ้มค่า! ประสิทธิภาพสูงในการจัดทำเงินเดือน (Payroll Outsourcing) ลดภาระงานบุคคลให้องค์กรยุคใหม่

 บันทึก และ Update ฐานข้อมูลพนักงาน
 บันทึกข้อมูลเงินได้/เงินหัก ค่าล่วงเวลา ภาษี ประกันสังคม
 ตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารใช้งานสำหรับธนาคาร ประกันสังคม ภาษี เงินสะสม
 Pay Slip สำหรับพนักงาน และรายงานประจำเดือน
 ฟรี‼️ Performance Report สำหรับผู้บริหาร เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน ทุก 6 เดือน (เฉพาะ 5 กิจการแรกที่ใช้บริการเท่านั้น)
.
.
.
มั่นใจได้! เมื่อเลือก #Topbusiness
 บริการรวดเร็ว ตรงเวลา
 ถูกต้องและแม่นยำสูงด้วยด้วยมาตรฐานระบบ Payroll
 มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางดูแลงานภาษี ประกันสังคม กฎหมายแรงงาน
 ที่สำคัญ‼️ เก็บความลับ ข้อมูลไม่รั่วไหล
.
.
.
#ให้เราช่วยลดค่าใช้จ่ายให้องค์กรคุณ
PROMOTION! ลด 50% ทันที 6 เดือนเต็ม
เฉพาะ 5 กิจการแรกเท่านั้น
.
.
ตัดสินใจด่วน‼️
โทร 092-538-6565, 094-925-6991
LINE: @Topbusiness (อย่าลืมใส่ @)
หรือคลิกที่นี่ https://lin.ee/bpXqs1x

#TopBusiness
#PayrollOutsourcing
#RecruitmentOutsourcing
#บริการสรรหาและจัดทำเงินเดือนครบวงจร


06/ก.ค./2020

การที่จะเริ่มสร้างธุรกิจสู่ระบบแฟรนไชส์ หนึ่งสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาแฟรนไชส์ที่เก่งและมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะเข้ามามีบทความสำคัญช่วยให้ธุรกิจแฟรนไชส์สามารถดำเนินงาน และประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น เรามาดูกันว่า 11 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนที่คุณจะจัดจ้าง “ที่ปรึกษา” เพื่อสร้างธุรกิจระบบแฟรนไชส์ นั้นมีอะไรบ้าง

1. แบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่อยากทำแฟรนไชส์

เจ้าของธุรกิจมักตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากแบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก จะมีนักลงทุนสนใจแฟรนไชส์ได้ไหม ต้องสร้างแบรนด์ก่อนหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพราะปัจจุบันอิทธิพลของแบรนด์มีการเปลี่ยนแปลงไป เกิดจากผู้บริโภคยุคใหม่ไม่เลือกสินค้าจากชื่อเสียงของแบรนด์ และมีความซับซ้อนในกระแสต่างๆ มากมาย ยิ่งนักลงทุนรุ่นใหม่ อายุตั้งแต่ 42 ปี เป็นต้นมา ซึ่งเป็นนักลงทุนกลุ่มใหญ่ของธุรกิจแฟรนไชส์ สนใจเรื่องรูปแบบธุรกิจ  ความน่าสนใจของผลตอบแทนธุรกิจ  และอนาคตในการเติบโต  มากกว่าสนใจอิทธิพลของแบรนด์

สังเกตจากแบรนด์แฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว แทบไม่ได้ใช้งบจากเจ้าของแบรนด์ หากรู้เทคนิคการบริหารแฟรนไชส์ซีที่ดี แต่การเป็นที่รู้จักในชื่อเสียงนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์   ยังมีความสำคัญเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการสร้างความพึงพอใจให้กลุ่มเป้าหมาย

2.ไม่คุ้นเคยกับระบบแฟรนไชส์

ไม่แปลกหากเจ้าของธุรกิจจะมองว่า ระบบแฟรนไชส์ คือ ความท้าทายใหม่ หากกิจการไม่เคยมีสาขาเลย ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องกังวล อาจเริ่มต้นด้วยการทำร้านสาขาของตนเองก่อน แล้วจึงพัฒนาไปสู่ระบบแฟรนไชส์ โดยวางกลวิธีที่ถูกต้อง เพื่อการโคลนนิ่งธุรกิจเดิมที่กิจการทำอยู่แล้ว ส่งมอบให้ผู้อื่นทำตามได้ โดยมีตัวล็อกบางส่วนเพื่อการควบคุมคุณภาพ   ดังนั้นวิธีการย่อมถูกถ่ายทอดให้คนอื่นทำ จะมีความสลับซับซ้อนในช่วงการวางระบบแรกๆ และดูแลสาขา

3. ขาดทีมงานที่เข้าใจระบบแฟรนไชส์

เป็นเรื่องปกติที่องค์กรจะมีทีมงานที่เข้าใจระบบในปัจจุบัน แต่จะไม่เข้าใจระบบใหม่ๆ เกี่ยวกับแฟรนไชส์ จึงจำเป็นจะต้องมีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เข้ามาให้ความรู้และปรับทัศนคติของทีมงานให้คิดมุ่งไปในทางเดียวกัน ตลอดจนช่วยแบ่งเบาภาระงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นให้กับทีมงานเดิมด้วย ขณะเดียวกันที่ปรึกษาก็จะช่วยประคองการทำงานของทีมงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย

4. มีทีมงานพร้อม แต่ยังต้องมีที่ปรึกษา

หากทีมงานของบริษัทฯ มีความพร้อมในงานอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การตลาด และการขาย แต่ใช่ว่าจะมีความเชี่ยวชาญด้านระบบแฟรนไชส์ เมื่อเผชิญกับการทำงานที่ไม่คุ้นเคยอาจเกิดแรงกดดันต่างๆ ตามมา และยังต้องจัดสรรหน้าที่กับงานประจำ  ทำให้งานล่าช้า ไม่ตรงเวลา  ด้อยคุณภาพ  ไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง ฉะนั้น การมี “ที่ปรึกษา” จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ โดยเฉพาะงานที่เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมและสื่อสารกับร้านสาขา อาทิ  คู่มือแฟรนไชส์  ระบบการปฏิบัติงานระหว่างสาขาแฟรนไชส์ กับสำนักงานใหญ่

 

5. ที่ปรึกษา ออกแบบทั้งกลยุทธ์และระบบปฏิบัติงาน

การทำงานของทีมที่ปรึกษา มิใช่เพียงงานเอกสาร แต่มีองค์ประกอบใหญ่ ๆ สองประการ  คือ  งานกลยุทธ์ ที่ประกอบด้วยข้อมูล  ความคิด ประสบการณ์  การออกแบบธุรกิจ  เพื่อให้แผนงานและนโยบายในการปฏิบัติการมีความถูกต้อง  แม่นยำ ระบบจึงถูกคิดด้วยกลยุทธ์ และตรวจสอบด้วยตัวเลขทางการเงินและการคาดการณ์ผลลัพธ์ในทุกทางที่เป็นไปได้

และงานระบบปฏิบัติงาน จะเป็นการวางวิธีให้ผู้เกี่ยวข้องในงานแฟรนไชส์ปฏิบัติตาม ซึ่งมีกระบวนวิธีทั้งในเชิงเอกสาร  ภาพกราฟฟิค   power point   วีดีโอถ่ายทำ  การฝึกอบรม  การบรรยาย  การประชุม  การจัดกิจกรรมตัวอย่าง  และการ Coaching แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ยากยิ่ง คือ ทุกแผนงานต้องเริ่มต้นให้ถูกต้องด้วยความเชี่ยวชาญ ถ้าเริ่มต้นผิด วางแผนผิด  เอกสารผิด  ก็จะปฏิบัติไปแบบผิดๆ และได้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดตามไปด้วย

6. ต้องวางระบบงานแฟรนไชส์ ผ่านความสำเร็จ 3 ขั้น

ระบบแฟรนไชส์เมื่อสร้างระบบเสร็จสิ้นแล้ว
ความสำเร็จขั้นที่ 1 คือ การทดลองขยายแฟรนไชส์ เพื่อหานักลงทุนเข้ามาสู่ธุรกิจ
ความสำเร็จขั้นที่ 2 คือ การบริหารจัดการสาขาที่เปิดใหม่  ให้มีความสำเร็จ เกิดรายได้ เกิดกำไร เป็นที่พึงพอใจของนักลงทุน และ
ความสำเร็จขั้นที่ 3 คือ การบริหารความสัมพันธ์ให้สาขาแฟรนไชส์ ทำกำไรให้กับบริษัทฯ ต่อเนื่อง เกิดรายได้ในเชิงส่วนแบ่งยอดขายเข้าสู่บริษัทยั่งยืน  มีกระบวนการจัดการสื่อสารและกระตุ้นการทำงานของสาขา
ความต่อเนื่องของความสำเร็จจะเป็นการบริหารให้เกิดปัญหาน้อย และผลลัพธ์ความสำเร็จมาก ต้องอาศัยความมุ่งมั่นทุ่มเทของผู้บริหาร พนักงาน และที่ปรึกษาร่วมกัน  โดยมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมการทำงานให้สะดวกยิ่งขึ้น

7. ไม่ว่าธุรกิจใด ก็สามารถสร้างแฟรนไชส์ได้

กิจการที่เป็นแฟรนไชส์ส่วนใหญ่ มิใช่เพียงร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มเท่านั้น ยกตัวอย่างในต่างประเทศ เช่น กิจการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้าน/คอนโด ก็สามารถขยายด้วยระบบแฟรนไชส์ได้ โดยยอดขายปีละไม่น้อยกว่า 3000 ล้านดอลล่าสหรัฐ ส่วนในประเทศไทย เช่น ธุรกิจรับสร้างบ้าน  ก็ขยายด้วยระบบแฟรนไชส์จนประสบความสำเร็จ ยิ่งกิจการมีความน่าสนใจ  ใหม่  และแตกต่าง  ยิ่งเรียกร้องให้เกิดความน่าสนใจจากนักลงทุนได้มากขึ้น

8. ลงทุนกับงานวางระบบแฟรนไชส์

งานที่ปรึกษาในระบบแฟรนไชส์  เป็นการลงทุนครั้งเดียว เพื่อสร้างระบบที่ดีในการไปต่อยอดธุรกิจเดิม  ให้สร้างรายได้แบบไร้ขีดจำกัด โดยค่าแฟรนไชส์แรกเข้าในการวางระบบดีๆ ที่บริษัทจะได้รับนั้น  มีอัตราตัวเลขลงทุนระดับ หลักแสน ถึงหลักล้าน  ซึ่งคุ้มค่าต่อการจ้างงานที่ปรึกษาในการวางระบบให้ได้ผลตอบแทนคืนมาในเวลาไม่นานนัก  และลดการเกิดปัญหาในระยะสั้นและยาว

9. สร้างความเชื่อมั่นให้กับหุ้นส่วนและพนักงาน 

แรงขับเคลื่อนจากผู้นำองค์กร คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทีมงานเชื่อว่าแม้อนาคตจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็อยู่ในกรอบที่จำกัดความเสี่ยงไว้แล้ว  และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ จะคุ้มค่ากับการลงมือทำสิ่งใหม่ๆ ในงานที่ปรึกษาแฟรนไชส์ โดยอาจเริ่มจากให้ที่ปรึกษาเริ่มแบ่งงานทำทีละส่วน  แล้ววัดความสำเร็จแบบค่อยเป็นค่อยไป  เพื่อให้คนในองค์กรเห็นภาพความสำเร็จทีละส่วน  และหากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ก็จะไม่ร้ายแรง ไม่เสียงบประมาณมากนัก สิ่งสำคัญคือ “ ความสำเร็จได้เริ่มต้นก้าวอย่างถูกต้องแล้ว”  โดยมีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกำกับการดำเนินงานในทุกขั้นตอน

10. ที่ปรึกษามีการทำงานอย่างชัดเจน

ที่ปรึกษาจะทำงานตามขั้นตอนที่ชัดเจนกับทีมบริหารองค์กร  แต่หากมีปัญหาใดที่นอกเหนือความคาดหมายในขอบเขตของงาน ที่ปรึกษาก็จะเป็นโค้ชให้คำปรึกษาในทุกประเด็น และหากสิ้นสุดขอบเขตการจ้างงานที่ปรึกษาไปแล้ว  องค์กรยังต้องการความมั่นใจว่างานจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น  ก็สามารถจ้างงานที่ปรึกษาในกรอบงานใหม่ๆ ต่อเนื่องไปได้ในระยะยาว  จนกว่าทีมบริหารจะพึงพอใจและสามารถสร้างทีมงานที่ชำนาญดำเนินงานได้เต็มที่

 

11. เลือกที่ปรึกษาเป็นสิ่งสำคัญ เพื่องานที่มีประสิทธิภาพ

หลักการเลือกที่ปรึกษาที่สำคัญ คือ การดูผลงานทีมที่ปรึกษารายบุคคล  ว่ามีประสบการณ์มาอย่างไร และมีจำนวนที่ปรึกษาเพียงพอต่อการดำเนินงานให้สำเร็จตามเป้าหมายตามระยะเวลาหรือไม่ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มการสะสมความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ดังนี้

 1. ที่ปรึกษา สายวิชาการ อาจารย์สอนมหาวิทยาลัย  นักบรรยาย  นักวิจัย : ที่ปรึกษากลุ่มนี้จะมีข้อมูลทางทฤษฏีมาก  มีเคสกรณีศึกษา  งานวิจัย  ข้อมูลเชิงกระบวนการ  ขั้นตอน  ระบบระเบียบ   มีความสามารถในการอธิบายและพบเห็นประสบการณ์ที่หลากหลายจากกรณีศึกษาและข้อมูลวิจัยจากในและต่างประเทศ

 2. ที่ปรึกษา สายนักบริหารองค์กร  นักปฏิบัติการ : ที่ปรึกษากลุ่มนี้จะเป็นผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงในองค์กร  มีทักษะทั้งการให้นโยบายและการติดตามควบคุม   รู้ข้อจำกัดในการทำงานจริง   ลงรายละเอียดในเนื้องานได้ดี   มีความเชี่ยวชาญลึกลงไปเฉพาะทางชัดเจน

3. ที่ปรึกษา สายผู้ประกอบกิจการ  :  ที่ปรึกษากลุ่มนี้ จะมีประสบการณ์ตรงในการเป็นเจ้าของกิจการในลักษณะที่ใกล้เคียงกับงานที่ปรึกษา  เข้ามีความลึกซึ้งในการทำงานจริง  เข้าใจในทุกมุมของงาน  พลิกแพลงลดขั้นตอนได้ดี  ทำให้งานกระชับสั้นเร็ว  ได้ผลไว   มองตัวเลขเป้าหมายในงานเป็นสำคัญ  และเข้าในธรรมชาติของผู้ประกอบการได้มากที่สุด

จะเห็นว่า การสร้างธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์และประสบความสำเร็จได้นั้น การจ้างที่ปรึกษาที่มีความรู้ด้านแฟรนไชส์มาช่วยเหลือจึงมีความสำคัญอย่างมาก  ที่จะเข้ามาช่วยทั้งการวางกลยุทธ์ วางแผนธุรกิจ บริหารจัดการโครงสร้างองค์กร ไปจนถึงระบบปฏิบัติงาน พร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อปูพื้นฐานสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณให้มั่นคง เติบโต เพื่อสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 

บทความโดย

อาจารย์ จิรภัทร สำเภาจันทร์
– กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์จำกัด
– ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย
– ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้าน กลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก

TOP BUSINESS
Credit : สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ / https://www.flathailand.com


06/ก.ค./2020

ธุรกิจแฟรนไชส์สามารถทำให้คนธรรมดาเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว และยังช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และการขยายตัวส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกด้วย จึงไม่แปลกที่ในแต่ละประเทศทั่วโลก เริ่มสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจระบบแฟรนไชส์

โดยเฉพาะในประเทศแถบอาเซียนอย่าง เมียนมา  ซึ่งถือว่า เป็นประเทศที่ยังใหม่มาก จากความพยายามของนักธุรกิจเมียนมาอยู่ในช่วงขาขึ้นด้วยแรงการขับเคลื่อนประเทศที่เปิดรับมากกว่าอดีต  ทำให้คนรุ่นใหม่สร้างกิจการใหม่ๆ ขึ้นมาได้  แต่ก็ยังขยายได้ไม่มากด้วยกลไกทางเศรษฐกิจของประเทศเมียนมาเองที่ยังไม่พร้อมมากนัก

จากปัจจัยการขยายธุรกิจในประเทศเมียนมา เป็นไปได้ยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพราะที่ดินในประเทศนี้มีราคาแพง  ทำให้คนธรรมดาฐานะปานกลางไม่สามารถจัดหาเงินทุนจำนวนมากมาขยายธุรกิจหลายๆ แห่งออกไปได้

ดังนั้น การพึ่งพาระบบแฟรนไชส์ ในการขับเคลื่อนธุรกิจ  จึงเป็นทางออกที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ของเมียนมา มองหากุญแจทางธุรกิจมาไขปัญหาข้อจำกัดดังกล่าว  และใช้ระบบแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือขยายธุรกิจออกไปในเมืองต่างๆ ของเมียนมา

นอกจากปัญหาเรื่องทำเล อันมีราคาสูงแล้ว ความรู้ความเข้าใจของนักธุรกิจของเมียนมาเองก็ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความรู้ เพราะยังไม่เข้าใจในตัวระบบแฟรนไชส์ว่า ทำไมต้องจ่ายค่าแฟรนไชส์รายเดือน ? ทำไมต้องทำตามระบบของ “แฟรนไชส์ซอร์” อย่างเคร่งครัด? และทำไมจึงไม่สามารถคิดและออกแบบระบบงานให้เป็นไปตามต้องการของตนเอง ?

จึงทำให้ระบบแฟรนไชส์ในเมียนมา ในช่วงแรกๆ การดำเนินงานต่างๆ ยังไม่ราบรื่น  แต่ก็นับเป็นข้อดีที่ทำให้เกิดการเรียนรู้จากความผิดพลาด  ความไม่เข้าใจ ความล้มเหลว ในการริเริ่มแฟรนไชส์ใหม่ๆ ในเมียนมา

ย้อนกลับมาดูประเทศไทย  ซึ่งระบบแฟรนไชส์ได้ริเริ่มเข้ามาแล้วกว่า 30 ปี  พบว่าระยะแรกๆ ของแฟรนไชส์ไทยเริ่มต้นจากแบรนด์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา เป็นต้นตำรับแฟรนไชส์ เข้ามาให้สิทธิ์แฟรนไชส์กับนักธุรกิจ นักลงทุนไทย  เปิดให้บริการคนไทย  จนเป็นที่ตื่นเต้นในยุคอดีต  เช่น แมคโดนัล  ที่สาขาย่านราชประสงค์ ฯลฯ จนมีสารพัดแบรนด์เข้ามาในเมืองไทย

ต่อมานักลงทุนไทยก็เรียนรู้ระบบจากต่างประเทศ  มีการพัฒนารูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ขึ้นมา  ในยุคแรกๆ แฟรนไชส์ไทยก็คงนึกถึง  “แบล็คแคนยอน”  ร้านอาหาร ร้านกาแฟที่ขยายด้วยรูปแบบแฟรนไชส์ในยุคนั้น  ด้วยความที่คนไทยประยุกต์เก่ง ก็นำวิธีคิดแฟรนไชส์ มาทำให้มีขนาดธุรกิจเล็กๆ ขยายกันในรูปแบบรถเข็น  คีออสก์  รถพ่วงข้าง  และตัดรายละเอียดกระบวนการแฟรนไชส์ที่คิดว่า ลูกค้านักลงทุนไม่ชอบออกไป  แล้วหันมาขายธุรกิจแทน  ซึ่งรถเข็นแนวนี้  ก็ถูกเรียกว่า “แฟรนไชส์รถเข็น”

อย่างไรก็ตาม แม้จะขายง่าย ขายดี  แต่ด้วยการตัดรายละเอียดอันเป็นหลักการสำคัญของธุรกิจแฟรนไชส์ออกไป  จึงก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ และความไม่ยั่งยืน  อาทิ  ปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพสาขา  การจัดการวัตถุดิบ  ความเข้าใจนักลงทุน  ฯลฯ  จึงทำให้กิจการแนวนี้เปิดง่าย ปิดง่าย ขัดแย้งง่าย

สิ่งที่พบเห็นเป็นระยะในปรากฏการณ์แฟรนไชส์ไทย  คือ การแฝงตัวมาของแชร์ลูกโซ่ที่แอบอ้างว่า เป็นระบบแฟรนไชส์  ให้การลงทุนที่ง่ายแสนง่าย  นักลงทุนไม่ต้องออกแรงเปิดร้าน บริหารร้านเอง แถมรับประกันผลตอบแทนด้วยตัวเลขหรูหราน่าเร้าใจ  ซึ่งเป็นสิ่งที่คอยล่อลวงนักลงทุนที่ขาดความรู้และประสบการณ์  จนเกิดความเสียหายอย่างมาก

ต่อมาคนไทยมีความเข้าใจในระบบแฟรนไชส์มากยิ่งขึ้น เกิดนักลงทุนองค์กร ที่มาจากเจ้าของพื้นที่ศูนย์การค้า เช่น บริษัทฯในกลุ่มเซ็นทรัล , นักลงทุนแนวลูกเถ้าแก่ที่ขยายออกจากธุรกิจกงสี  เป็นผู้ซื้อแฟรนไชส์รายใหญ่ของไทย , ผู้ลงทุนรายย่อย โดยปัจจุบันคาดว่า ในไทยมีผู้สนใจลงทุนแฟรนไชส์มากถึง 3 แสนคน และมีผู้สนใจรายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

“หากต้องการมองว่า ต่อไปแฟรนไชส์ไทยจะเป็นอย่างไร ก็มองประเทศที่มีการพัฒนามาก่อน อย่างประเทศฟิลิปปินส์ ถือเป็นตลาดใหญ่ในอาเซียน ที่กำลังได้รับความสนใจจากบรรดาธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งหลาย ซึ่งจะเป็นแนวทางที่เกิดขึ้นต่อไปในอนาคตของไทยให้เติบโตได้เช่นกัน” 

 

บทความโดย

อาจารย์ จิรภัทร สำเภาจันทร์
– กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์จำกัด
– ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย
– ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้าน กลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก

TOP BUSINESS
Credit : สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ / https://www.flathailand.com


06/ก.ค./2020

ในช่วงส่งท้ายปีก็จะเป็นช่วงแจกโบนัสที่งดงามของพนักงานรัฐวิสาหกิจ  พนักงานองค์กรขนาดใหญ่  พนักงานที่รับอานิสงค์จากบริษัทที่ทำกำไรได้ดี (ซึ่งมักเป็นองค์กรใหญ่หรือองค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับงานภาครัฐ)  ถ้าเป็นพนักงานในองค์กรที่ถูกดิสรัปชั่น (Disruption) เช่น สื่อทีวี และนิตยสาร ฯลฯ หรือบ้างก็อาจประสบพบข่าวดีปนร้าย คือได้เงินก้อนพร้อมกับการลดพนักงาน

ในภาวะเช่นนี้  พวกเขาเหล่านั้นดังที่กล่าวมา  ก็จะมองหาการขยายผลเงินที่ตนได้รับมา เพื่อให้เกิดการงอกเงยขึ้นไป ในรูปแบบการลงทุนต่างๆ  ทั้งแบบ Passive Income (พาสซีฟ อินคัม) หรือรายได้ที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องทำงาน  และแบบ Active Income (แอคทีฟ อินคัม) หรือรายได้ที่เกิดขึ้นโดยลงมือทำงาน

ในโลกตลาดทุนและตลาดการเงิน  ก็จะมุ่งไปสู่การนำเงินลงทุนไปซื้อสินทรัพย์ชนิดต่างๆ เช่นหุ้น พันธบัตร ทองคำ  อสังหาฯ   แต่ถ้าเป็นโลกที่ต้องทำงานให้เติบโตสูงเชิงรายได้และอาชีพ  การนำเงินเป็นลงทุนในธุรกิจที่ต้องดูแลเองก็เป็นทางเลือกที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้

ช่วงต้นๆ ปี จึงจะมีหลายท่านเล็งหาธุรกิจแฟรนไชส์ที่ถูกใจ  เพื่อนำเงินที่ได้มา ต่อยอดเป็นอาชีพ ทั้งแทนอาชีพเดิมจากการเปลี่ยนงาน  หรือ เพิ่มอาชีพใหม่ ต่อยอดรายได้จากเงินประจำ

จากสถิติแล้ว ในช่วงที่องค์กรต่างๆ มีการลดพนักงาน  ด้วยสภาพเศรษฐกิจหรือด้วยปัจจัยการตกต่ำอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภทพร้อมกัน  จะพบว่า อัตราการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์จะสูงขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ จากการเปลี่ยนอาชีพโดยแรงกดดัน

ในช่วงที่เม็ดเงินในมือของคนวัยทำงานมีมาก  แต่ตลาดหุ้น ตลาดการลงทุนอยู่ในช่วงเอาแน่เอานอนไม่ได้ ผลตอบแทนรวมไม่ดี  ความผันผวนสูง ก็จะเป็นช่วงสำคัญที่ผู้คนไม่นำเงินไปเก็บไว้ในตลาดเงินตลาดทุน  แต่หันนำเงินออกมาลงทุนด้วยตนเอง

จึงจะฝากเคล็ดไม่ลับในการซื้อหาแฟรนไชส์แบบง่ายๆ ให้ท่านที่เล็งธุรกิจใหม่ รับปีใหม่ ไว้พิจารณานะครับ

1. ธุรกิจแฟรนไชส์ที่ดี จะมีลูกค้าใช้บริการเยอะ :  กิจการจะน่าสนใจหรือไม่ ดูที่กำไร ยอดขายหน้าร้าน ความสนใจลูกค้าที่มีต่อแบรนด์  ถ้าเป็นกิจการที่คนยี้เบือนหน้าหนี  สินค้าไม่ดี ราคาไม่เหมาะสม  ก็คงต้องคิดดีๆ นะครับ

2. แฟรนไชส์ที่ดี แฟรนไชส์ซีต้องชื่นชม : ก่อนซื้อแฟรนไชส์ แวะสืบถามหาคนซื้อแฟรนไชส์ก่อนเราสักหน่อยนะครับว่าแฟรนไชส์ซอร์นั้นดูแลดีแค่ไหน ตรงกับความคาดหวังท่านหรือไม่  มีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างไร  เอาเปรียบกันมากแค่ไหน  แต่ขอบอกว่าอย่าคาดหวังว่า จะได้รับคำชมเท่านั้นถึงจะน่าสนใจนะครับ เพราะทุกกิจการย่อมมีจุดอ่อน  แค่ว่าอยู่ในระดับไหนเท่านั้น  “โลกไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์แบบ”

3. ทำเลท่านต้องดูให้ดีๆ  : สมัยก่อนนั้น ทำเลคือหัวใจของร้านค้าปลีก แต่ยุคนี้แม้จะมีการสั่งซื้อออนไลน์มาช่วย  ก็มิได้หมายความว่า ทำเลจะไม่สำคัญนะครับ   เพราะถึงอย่างไร ก็ต้องเลือกทำเลให้ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ ในค่าเช่าที่เหมาะสม เหมาะกับประเภทกิจการ   และแฟรนไชส์ซอร์ ก็ต้องมาช่วยวิเคราะห์ทำเลอีกทางหนึ่ง

4. มองงบลงทุนให้พอดีตัว : บางครั้งงบลงทุนที่ท่านมีไม่มากนัก แต่ต้องการซื้อแฟรนไชส์ที่มีงบประมาณสูง  ถึงแม้จะมีธนาคารมาช่วยสนับสนุนการกู้  แต่ก็ต้องพึงพิจารณาว่ากำลังของผู้ลงทุนไหวหรือไม่  โดยเฉพาะประเมินว่า หากกิจการล้มเหลว จะมีเงินแก้ไขสถานการณ์ในชีวิตหรือไม่ ซึ่งไม่แนะนำให้ไปลงทุนในแฟรนไชส์ที่งบประมาณน้อยที่สุดของกลุ่มแฟรนไชส์ธุรกิจนั้นๆ เพราะมักจะเป็นแฟรนไชส์ที่ยังพัฒนาสู้คู่แข่งยังไม่ได้ดีนัก   ควรเปลี่ยนไปพิจารณากลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่อยู่ในงบประมาณลงทุนที่ลงทุนได้โดยไม่กระทบสภาวะการเงินจะดีกว่า

โดยสำหรับท่านใดที่กำลังเล็งๆ ธุรกิจแฟรนไชส์เอาไว้ ทั้งที่เพื่อตั้งใจจะเป็นธุรกิจหรืออาชีพหลักหรือเพื่อเป็นการลงทุนต่อยอดเงินให้ออกผลิดอกออกผลกำไรให้งอกเงย ก็ขอให้ท่านนำ 4 ข้อด้านบน นำไปใช้เลือกพิจารณาและวิเคราะห์ก่อนการตัดสินใจ ขอให้ทุกท่านโชคดี และสวัสดีปีใหม่ 2563 ครับ

 

บทความโดย

อาจารย์ จิรภัทร สำเภาจันทร์
– กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์จำกัด
– ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย
– ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้าน กลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก

TOP BUSINESS
Credit : สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ / https://www.flathailand.com


06/ก.ค./2020

แม้ว่าเศรษฐกิจจะยังไม่สู้ดีนัก  แต่คุณเชื่อไหม ❓ ว่า ในส่วนของภาคธุรกิจแฟรนไชส์จะกลับตาลปัตรสวนทางกัน เนื่องจากประชาชนจะหันหน้ามาลงทุนในระบบแฟรนไชส์กันมากขึ้น  เหตุเพราะว่า แฟรนไชส์เป็นธุรกิจที่มีระบบ ระเบียบแบบแผนที่จัดการง่าย แค่ลงทุนซื้อระบบที่เจ้าของแบรนด์ทำจนประสบความสำเร็จแล้วมาลงมือปฏิบัติบริหารต่อยอดได้ทันที

โดยปัจจุบัน ภาครัฐเองก็พยายามสนับสนุนแฟรนไชส์ขนาดเล็กที่ลงทุนไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มรถเข็นคีออสก์ ที่ผลิตไม่ยุ่งยาก ยกตัวอย่างเช่น กาแฟ ☕️ เครื่องดื่ม 🥤  หมูปิ้ง 🍖  ลูกชิ้น 🍡  ฯลฯ  ไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ให้มีอาชีพและลงทุนได้ ภายใต้การสนับสนุนเงินกู้จากธนาคารของรัฐ อาทิ  ธนาคารออมสิน  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์

โดยเป็นการกู้ปลอดดอกเบี้ย และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน  ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากนโยบายรัฐอยากให้กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการปล่อยเงินลงไป  แต่ธนาคารของรัฐกลับไม่ค่อยอำนวยความสะดวกเลย อาจเป็นเพราะความเสี่ยงในการปล่อยกู้ที่จะเป็นหนี้สูญสูงมากๆ  ทำให้การปล่อยเงินกู้เป็นไปด้วยความล่าช้า  และไม่เป็นไปตามที่คุยกันไว้

ปัญหาเรื่องการปล่อยเงินกู้ลงไปยังกลุ่มผู้ลงทุนแฟรนไชส์ซึ่งยังขาดประสบการณ์  และยิ่งติดเรื่องสถานะการเงินแล้ว   พูดง่าย ๆ ก็คือ แทบไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรมากนัก แต่ฝั่งธนาคารพาณิชย์อย่างธนาคารกสิกรไทย  ที่มุ่งปล่อยสินเชื่อแฟรนไชส์ระดับกลาง-บน  ดูความสามารถแฟรนไชส์ และดูข้อมูลการเงินแฟรนไชส์  กลับส่งผลดี มีอัตราปล่อยกู้ได้มาก และอัตราหนี้เสียต่ำ  เก็บกำไรจากดอกเบี้ยเข้าเป็นผลประกอบการธนาคารได้มากขึ้น

ถ้าเลือกได้ และไม่อยากเสียหาย แนะนำให้นำแฟรนไชส์ขนาดเล็กเหล่านี้  ไปเสนอขายให้กับเหล่าธุรกิจที่มีพื้นที่เหลือบริเวณหน้าร้าน ซื้อแฟรนไชส์เปิดเพิ่มเพื่อเสริมรายได้  และยังมุ่งไปยังกลุ่มพนักงานประจำที่ต้องการทำเป็นอาชีพเสริมช่วงเย็น –วันหยุด ได้ด้วย เพราะเป็นกลุ่มที่มีความยั่งยืนในการทำธุรกิจมากกว่า

ดังนั้น ไม่ว่าจะลงทุนหรือทำอะไรก็อย่าเพิ่งประมาท ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปบริหารเงินให้ดี ศึกษาแหล่งเงินทุนและเงื่อนไขให้ละเอียดรอบคอบและเลือกให้เหมาะกับเราที่สุด อย่างน้อยควรมีเงินทุนสำรองบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นหนี้ และธุรกิจเสียหายครับ

 

บทความโดย

อาจารย์ จิรภัทร สำเภาจันทร์
– กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์จำกัด
– ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย
– ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้าน กลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก

TOP BUSINESS
Credit : สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ / https://www.flathailand.com


06/ก.ค./2020

สำหรับธุรกิจที่พร้อมขยายตลาดด้วยระบบแฟรนไชส์ในต่างประเทศ แม้กิจการจะมีความพร้อมภายในองค์กรแล้ว แต่เมื่อต้องการขยายออกไปสู่ตลาดนอกพื้นที่ ต้องทำการบ้านอย่างหนัก รวมทั้งศึกษาโอกาสในการต่อยอดธุรกิจและแผนกลยุทธ์อย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าหรือแฟรนไชส์ซีสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น และเติบโตได้

การให้สิทธิ์แฟรนไชส์มีข้อดีหลายประการ คือ เมื่อองค์กรมีความพร้อมในระดับหนึ่ง สามารถบริหารจัดการภายในได้ลงตัว  มีทีมงานพร้อม  และต้องการขยายช่องทางการตลาดด้วยระบบแฟรนไชส์ จะทำให้กิจการขยายได้รวดเร็ว  โดยให้สิทธิ์คนท้องถิ่นที่มีความชำนาญและมีข้อมูลท้องถิ่น ดำเนินการแทนองค์กรธุรกิจได้ โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนและพนักงานของส่วนกลาง

ขออนุญาตพาย้อนกลับในงาน Thaifex  เมื่อวันที่ 29 พ.ค.- 2 มิ.ย. 2561 ของปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ากิจการร้านอาหารเครื่องดื่ม กาแฟ จำนวนไม่น้อย ประกาศตัวในงานว่ารับสมัคร “มาสเตอร์ แฟรนไชส์ (Master Franchises) ในต่างประเทศ”  โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ บริษัทในเครือCP  ก็นำ brand ธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม มาประกาศรับซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ในต่างแดน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้กระทั่งผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่าง CP Retailink ที่ขนสารพัดแบรนด์ อาทิ กาแฟมวลชน  Arrabiata Jungle, Duck Land , Slim& Sixpack มาเปิดตลาดหาคู่ค้าต่างชาติมาร่วมลงทุน

แม้กระทั่งช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา  “บางจาก” ก็ปล่อย brand อินทนิล ในรูปแบบมาสเตอร์แฟรนไชส์ ขายไปยังประเทศกัมพูชา ให้กับนักธุรกิจท้องถิ่นนำไปดำเนินการขยายตลาด ครั้งแรกภูมิภาค

หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจ มาสเตอร์ แฟรนไชส์”  (Master Franchises) เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นรูปแบบการให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่ได้รับอนุญาตให้ไปประกอบการธุรกิจในประเทศใดๆ ที่ตกลงกันไว้  โดยสามารถให้สิทธิ์แฟรนไชส์ต่อไปกับผู้อื่นในประเทศนั้นๆ อีกได้ด้วย หรือจะดำเนินการขยายสาขาด้วยตัวเองก็ย่อมได้  โดยผู้ซื้อสิทธิ์จะมีสิทธิและหน้าที่คล้ายเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์ แต่ก็เฉพาะในพื้นที่ประเทศที่กำหนดไว้เท่านั้น

ในกรณีของ 7-11 กิจการในเครือซีพี ก็ซื้อสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ จากบริษัทแม่ที่สหรัฐอเมริกา มาดำเนินการต่อในเมืองไทยได้ประเทศเดียวเท่านั้น  โดยยังให้สิทธิ์แบบ Area Franchises กับนักท้องถิ่นในบางจังหวัด  (ให้สิทธิ์แบบเหมาพื้นที่ในเขตจังหวัด) หรือขายให้กับนักลงทุนรายย่อยเป็นรายสาขา (Single Unit  Franchise) ก็ย่อมได้

ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็เช่นกัน  กิจการบางอย่างที่ดูแล้วไม่น่าจะขยายเป็นแฟรนไชส์ได้  ก็สามารถขยายกิจการได้เป็นอย่างดี  เช่น ในคอนโดฯ  หรือหมู่บ้านจะต้องมีนิติบุคคลดูแลหมู่บ้าน ก็มีกิจการเปิดแฟรนไชส์รับบริหารนิติบุคคลหมู่บ้าน เปิดกันเป็นเรื่องเป็นราว  มีขนาดกิจการระดับ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเลยทีเดียว

ย้อนกับมาดูกิจการของเรากันสักหน่อย ถ้าสำรวจแล้วสามารถขยายตลาดต่อไปได้ในต่างพื้นที่ ก็อาจลองศึกษาวิถีแฟรนไชส์ให้เข้าใจถ่องแท้ ธุรกิจยุคนี้โชคดีที่มีที่ปรึกษาด้านแฟรนไชส์เก่งๆ และเครื่องมือพิเศษในการบริหารงานขยายสาขาที่ช่วยให้ง่ายขึ้น

การบุกตลาดต่างประเทศโดยระบบแฟรนไชส์จะทำให้กิจการธรรมดาที่เคยเล็กๆ ในประเทศไทย  สามารถมีโอกาสไปสยายธงไทยในต่างแดนได้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น  ต้องตั้งทรงธุรกิจให้ดี วางกลไกแฟรนไชส์ให้เรียบร้อย  ศึกษาข้อกฎหมายประเทศปลายทางในเรื่องการจดตราสินค้า กฏหมายแฟรนไชส์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และวางแผนอย่างรอบคอบก่อนบุกตลาดต่างประเทศ

กลยุทธ์ มาสเตอร์ แฟรนไชส์  อาจไม่ได้เหมาะกับทุกกลุ่มกิจการอาจจะต้องศึกษาได้ดี และแม้ธุรกิจในระบบแฟรนไชส์จะประสบความสำเร็จในประเทศ แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวการันตีความสำเร็จในประเทศอื่นด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแฟรนไชส์ซีในแต่ละประเทศด้วย

 

บทความโดย

อาจารย์ จิรภัทร สำเภาจันทร์
– กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์จำกัด
– ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย
– ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้าน กลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก

TOP BUSINESS
Credit : สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ / https://www.flathailand.com


06/ก.ค./2020

หลายคนมีคำถามและสงสัยกันว่า หลายธุรกิจแฟรนไชส์ไม่ประสบความสำเร็จ  เพราะอะไร ทั้งที่แบรนด์ดูดี สินค้าน่าสนใจ มีลูกค้าเยอะ แต่กลับไปได้ไม่ไกล ไปได้ไม่ถึงที่ฝันไว้ โดยวันนี้ FLA จะนำมาเล่าสู่กันฟังว่าเกิดจากอะไรและทำไมถึงเป็นเช่นนี้

  1. วางตำแหน่งทางการตลาดผิด ชีวิตเปลี่ยน

บางธุรกิจเริ่มจากจับตลาดติดกระแส ทำให้มีลูกค้าเยอะ ผู้คนสนใจ จึงรีบงขายแฟรนไชส์โดยยังไม่พร้อม ไม่มีการวางแผนที่ดีพอ หลายธุรกิจหากพัฒนาต่อยอดอีกหน่อยก็จะไปได้ไกลและสร้างกำไรให้สาขาแฟรนไชส์ได้ในระยะยาว

ยกตัวอย่าง เช่น เรามีร้านหมูปิ้งรสเด็ด จะเปิดขายแฟรนไชส์หมูปิ้งไม้ละ 10 บาท ก็ย่อมทำได้ แต่ต้องใช้กำลังคนมากๆ ระดับโรงงาน และทำกำไรได้ยาก แต่ถ้าวางกลยุทธ์ตำแหน่งทางการตลาดใหม่ เปลี่ยนจากหมูปิ้ง เป็นสเต๊กหมู ปริมาณต่อชิ้นราว 3-4 ไม้ของหมูปิ้ง ใส่สลัดผัก มันฝรั่งทอด ลงไปหน่อย อาจขายได้หลักร้อย ทำหน้าร้านสวยๆ เพิ่มเมนูใหม่ๆ เอาใจวัยรุ่น เห็นได้ชัดว่า เหนื่อยน้อยกว่า ได้กำไรมากกว่า ต่อยอดขยายตลาดได้อีก ถึงเป็นแฟรนไชส์ก็สามารถใส่ระบบงานต่างๆ เข้าไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพได้ ลดขั้นตอนจุกจิก  ความยั่งยืนก็จะดีกว่า และลอกเลียนแบบได้ยากเพราะมีระบบการจัดการที่คงที่แล้ว มีเมนูที่คนติดใจแล้ว จะเห็นว่า หมูปิ้งเหมือนกัน วางกลยุทธต่างกัน เราก็เห็นเส้นชัยได้ใกล้กว่า ตำแหน่งการตลาดจึงสำคัญ และต้องวางมันอย่างรอบคอบ

  1. ขายแฟรนไชส์ไม่เลือกหน้า

หลายธุรกิจคิดว่าการ ขายแฟรนไชส์ได้จำนวนมาก นั้นคือประสบผลสำเร็จตลอดจนได้เงินที่ได้รับเป็นจำนวนไม่น้อย จึงขายแฟรนไชส์แบบไม่ได้คัดกรองให้ดี ซึ่งจริงๆ การขายแฟรนไชส์ ไม่ได้ดูแค่ทำเล แต่ควรจะเลือกใครก็ต้องดูประวัติ อาชีพ การเงิน  และวิถีชีวิต ให้ดีด้วย เพราะบ่อยครั้งที่ซื้อไปแล้วไม่ดูแลตามมาตรฐาน  แหกกฎ  ปัญหาตามมาอีกเพียบ ลูกค้าหาย แบรนด์เสีย ปิดตัว แนะนำเหมือนเดิมคือควรรอบคอบไว้ก่อนดีที่สุด เพราะแฟรนไชส์ก็คือ ทั้งหมดของแบรนด์ มีจุดไหนเสีย ก็จะส่งผลกันหมด

  1. ไม่พัฒนาแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง

แฟรนไชส์บางกิจการมักจะมุ่งแต่ขายสินค้า ขายทุกอย่างให้ได้มากที่สุด จนลืมว่า แฟรนไชส์ยังต้องพัฒนา  ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงตามเทรนด์ธุรกิจที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน หากขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กิจการก็จะค่อยๆ พังในที่สุด

  1. ไม่รักษามาตรฐานสาขาให้ดี

หัวใจสำคัญของระบบแฟรนไชส์ คือ การรักษามาตรฐานของสาขาให้ดีและอยู่ในระดับเท่ากัน หากมีเพียงสาขาใดสาขาหนึ่ง สวยดูดี บริการดี รสชาติคงที่ หรือที่น่าเป็นห่วงมากเลย คือ ดูดีแค่วันเปิดร้านเท่านั้น หลังจากนั้นหลุดมาตรฐาน ยิ่งถ้าลูกค้าเกิดความไม่พอใจกับสาขาอาจเกิดการประจานในโซเชียลได้อีก ส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดกับแฟรนไชส์ขนาดเล็ก จะมีหลัก ๆ อยู่สองอย่าง คือ งบไม่พอที่จะลงไปดูแลสาขาที่เกิดปัญหาได้ กับไม่รอบคอบในการทำสัญญาทำให้มีช่องว่างบังคับใช้กับสาขานั้นๆ ไม่ได้ผล

อย่าลืมว่า การทำธุรกิจให้อยู่ได้ด้วยตัวเองแบบระยะยาวว่ายากแล้ว แต่การทำแฟรนไชส์ให้ยั่งยืนนั้นยากไม่แพ้กัน ทุกกระบวนการควรรอบคอบ ศึกษา และใส่ใจเพื่อให้แฟรนไชส์ประสบความสำเร็จ โดยสมัยนี้มีหน่วยงานรับจ้างตรวจมาตรฐานให้กิจการ และให้คำแนะนำได้ แต่ถ้าปัญหาเกิดจากการวางกลยุทธ์ที่ไม่คิดให้ดีก่อนลงมือทำล่ะก็ คงจะเหนื่อยที่จะต้องตามแก้ไขปัญหาที่จะตามมาอีกมากมาย

 

บทความโดย

อาจารย์ จิรภัทร สำเภาจันทร์
– กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์จำกัด
– ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย
– ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้าน กลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก

TOP BUSINESS
Credit : สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ / https://www.flathailand.com


06/ก.ค./2020

ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่เข้ามาทักทาย แน่นอนว่ายุคนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวดเร็วในโลกธุรกิจ  ทำให้เราย่อมคาดคะเนผลบวก และลบในการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งในธุรกิจแฟรนไชส์ก็เช่นกัน  ซึ่งทิศทางจะเป็นอย่างไรบ้าง  ขอสรุปเอาไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ครับ

1.การขยายสาขาแฟรนไชส์จะเน้นขายสิทธิ์ให้แฟรนไชส์ซีน้อยราย
  ไม่ใช่เน้นขายให้นักลงทุน 1 ราย ต่อ 1 สาขาเหมือนเดิมอีกต่อไป

เหตุเพราะว่าการให้สิทธิ์แฟรนไชส์นั้นต้องเรียนรู้และคัดเลือกผู้ซื้อสิทธิ์ที่มีศักยภาพ มีความพร้อมและความเข้าใจกันเป็นอย่างดี  และบทเรียนที่ผ่านมาทำให้กิจการแฟรนไชส์เข้าใจได้ว่า ยิ่งมีนักลงทุนเยอะ ยิ่งทำให้ต้นทุนสูงและความเสี่ยงสูง  การสื่อสารและทำความเข้าใจก็ยิ่งล่าช้า

ดังนั้นในแฟรนไชส์ขนาดใหญ่จึงเริ่มที่จะยกเลิกนโยบายเปิดขายให้แฟรนไชส์ซีรายใหม่ ที่ไม่เคยซื้อแฟรนไชส์กันมาก่อน แต่จะเน้นให้สิทธิ์แฟรนไชส์ซีเดิมที่เคยทำธุรกิจด้วยกันมาแล้วและมีความสัมพันธ์ที่ดี  มีผลงานการทำธุรกิจที่ดี สร้างยอดขายได้ดี  พัฒนาตัวเองได้ดี  ปฏิบัติตามนโยบายของสำนักงานใหญ่ได้

นอกจากนี้แล้ว ฟากฝั่งของทางแฟรนไชส์ซี หากขยายสาขาร่วมกับบริษัทแม่หลายๆ สาขา ก็จะมีผลดีเรื่องต้นทุนในการบริหารจัดการสาขา  และความสนใจโฟกัสธุรกิจจะดีกว่าการซื้อสิทธิ์สาขาเพียง 1 แห่ง  โดยในแบรนด์ใหญ่ๆ ที่เริ่มไปแล้วในการดำเนินการ ตามรูปแบบนี้ ได้แก่ กิจการร้านค้าปลีกสะดวกซื้อ 7-11 ที่ประกาศนโยบายให้สิทธิ์แฟรนไชส์กับผู้ซื้อรายเดิม  ไม่รับนักลงทุนใหม่
หรือแบรนด์ธุรกิจต่างๆ จากต่างประเทศที่เข้ามาขยายตลาดเมืองไทยหลายๆ รายก็เริ่มใช้นโยบายนี้แล้ว ส่วนกิจการแฟรนไชส์เจ้าของคนไทยทั้งหลายหลังจากขยายแฟรนไชส์ได้สักระยะ ก็จะมีแนวโน้มปรับเข้าสู่รูปแบบนี้เช่นกัน  ซึ่งจะเริ่มเห็นได้มากขึ้นนับจากนี้

         2.บริษัทแฟรนไชส์ซอร์ ที่แข็งแรงมั่นคง มีแนวโน้มจะขยายสาขาให้เป็นแฟรนไชส์ทั้งหมด  โดยไม่เปิดสาขาของตนเอง :  ซึ่งปกติตามทฤษฏีแฟรนไชส์เดิมนั้น  แฟรนไชส์ซอร์ต้องมีสาขาของตนเองเพื่อเรียนรู้และเป็นรายได้เลี้ยงองค์กรหลัก  และขยายแฟรนไชส์เพิ่มเติมตามเป้าหมาย

แต่ในแนวโน้มนับต่อจากนี้  แฟรนไชส์ที่มีความพร้อมและศักยภาพ  หลังจากเปิดสาขาด้วยตนเองและขยายให้แฟรนไชส์ไปแล้ว จะย้อนกลับมาขายสาขาของตนเองที่เปิดไปแล้ว  ให้กับแฟรนไชส์ซีเข้ามาบริหารจัดการกันมากขึ้น จนกระทั่งแฟรนไชส์บางรายอาจเก็บสาขาของบริษัทแม่ไว้เพียงเล็กน้อย หรือขายทั้งหมด

สาเหตุที่แนวโน้มเป็นเช่นนี้  เพราะว่า การบริหารสาขาของบริษัทฯ แม่นั้น มีรายละเอียดการบริหารจัดการที่ซับซ้อนกว่าการบริหารสาขา  อันทำให้แฟรนไชส์ในยุคใหม่มองว่า แม้จะทำเงินกำไรให้แต่ก็ต้องทำให้สมาธิแบ่งไปดูแลทั้งสาขาของตนเอง และสาขาของแฟรนไชส์โดยส่วนหนึ่งมีแนวคิดที่จะทำให้องค์กรส่วนกลางมีขนาดเล็กลง กระชับ เคลื่อนที่เร็ว  ทำงานสนับสนุนแฟรนไชส์ซีเป็นหลัก

นอกจากนี้ การขยายแฟรนไชส์สาขาที่มีกำไรแล้ว เปิดมานานแล้ว ย่อมเป็นสินทรัพย์ที่ขายได้ราคาสูงกว่าการขายแฟรนไชส์ที่เปิดในทำเลใหม่  และผู้ซื้อลงทุนก็ไม่เสี่ยง รู้รายได้ในอดีตที่ผ่านมา  และมีความมั่นใจในการลงทุน  แม้จะจ่ายแพงกว่าเดิมก็ตาม

กิจการที่เริ่มใช้นโยบายดังกล่าวนี้ ได้แก่ แฟรนไชส์ร้านอาหารไก่ทอดชื่อดัง KFC  ที่ขายสาขาของตนเอง 244 สาขาในไทยให้กับแฟรนไชส์ซี  จากสาขาทั้งหมดที่มี ประมาณ 586 สาขา  ทำให้สาขาเป็นของแฟรนไชส์ซี 100 %  โดยนโยบายนี้ทาง KFC จะดำเนินการในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

สำหรับในต่างประเทศที่ดำเนินการตามรูปแบบนี้ ยกตัวอย่างเช่น แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ เป็นต้น ซึ่งประสบความสำเร็จดี ธุรกิจเติบโตมากขึ้น ล่าสุดคือที่ จีน ที่เปลี่ยนแปลงเสร็จปลายปีที่ 2561 (2 ปีที่แล้ว) โดยแยกออกไปเป็น ยัมไชน่า เพื่อดูแลร้านกว่า 7,000 สาขาทั้งหมด ส่วนยัมฯ เองก็ไม่ได้ลงทุนและบริหาร   โดยขณะนี้ KFC มีสาขาอยู่ทั่วโลกประมาณ 18,875 สาขา ใน 118 ประเทศ

ซึ่งแนวโน้มเหล่านี้ อาจเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจในการแปลงร่างกิจการของท่านให้เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ในอนาคตครับ

 

บทความโดย

อาจารย์ จิรภัทร สำเภาจันทร์
– กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์จำกัด
– ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย
– ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้าน กลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก

TOP BUSINESS
Credit : สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ / https://www.flathailand.com


06/ก.ค./2020

ก้าวเข้าสู่ปีพุทธศักราชใหม่ 2563 “ปีชวด” ทว่า ขอให้ธุรกิจของท่านจงมีแต่ความสำเร็จ อย่าได้ชวด เหมือนชื่อปีนักษัตร ขอให้รวยๆๆ เฮงๆๆ กันทุกท่านเลยครับ

ขออนุญาตเข้าเรื่องครับ ว่ากันด้วยเรื่องของการขับเคลื่อนธุรกิจแฟรนไชส์ของภาครัฐตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งปี 2563 นี้ โดยภาครัฐก็พยายามสนับสนุนธุรกิจ Start Up ธุรกิจเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์กันอย่างต่อเนื่อง

โดยงานรัฐบาลที่ดูแลภาคเศรษฐกิจ ก็พยายามประโคมโหมกระพือเรื่องเศรษฐกิจฟื้นแล้วๆ เพื่อเรียกความเชื่อมั่น (ที่ปลุกไม่ขึ้นมานานมาก) ให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง  ด้วยการเปิดตัวเลขการส่งออกที่ดีเติบโตสูงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา  หรือข้อมูลตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศไทยสูงสุดในรอบหลายปี รวมถึงตลาดหุ้นที่พุ่งทะยานในเชิงบวก  เป็นต้น
ด้วยสัญญาณเศรษฐกิจที่ดี  และรัฐบาลพยายามอัดงบการลงทุนพื้นฐาน  จนกระทั่งภาคเอกชนมีการลงทุนอัดเข้ามาเสริม  เมื่อเป็นเช่นนี้จะส่งผลให้การลงทุนภาค SMEs กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง    ซึ่งธุรกิจแฟรนไชส์ก็ย่อมเติบโตตามไปด้วยเช่นกัน

ในการลงทุนทำธุรกิจSMEs ของคนรุ่นใหม่ นอกจากขยายโดยทำธุรกิจออนไลน์ซื้อมาขายไปแล้ว ธุรกิจแฟรนไชส์ ยังเป็นแนวโน้มที่ยังขยายตัวได้อีกมากทีเดียว  และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างสูงในอนาคต
สิ่งที่อยากจะฝากบอกไปยังผู้อ่านทุกท่าน คือ ธุรกิจสามารถเลือกวิถีแฟรนไชส์ นำมาใช้ในการขยายตลาด  ขยายพื้นที่  ขยายหน้าร้าน  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งผมอยากเสนอให้ท่านลองพิจารณาว่าธุรกิจของท่านสามารถขยายแฟรนไชส์ได้หรือไม่  โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาดังนี้

1. ธุรกิจแฟรนไชส์  ไม่ใช้ความสามารถพิเศษส่วนบุคคล  ถ้าธุรกิจท่านไม่ใช่งานที่พึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวสูงที่ลอกเลียนแบบได้ยาก  สอนกันยากและสอนกันนานแล้วละก็  สามารถพัฒนาเป็นแฟรนไชส์ได้ครับ  แต่ถ้าท่านเป็นหมอดูที่มีชื่อเฉพาะทางที่มีคนศรัทธา  เป็นแพทย์ที่ต้องไปร่ำเรียนเทคนิคพิเศษที่ยากสุดๆ  อันนี้ระบบแฟรนไชส์คงไม่ตอบโจทย์ (แต่ธุรกิจส่วนใหญ่ สามารถขยายด้วยระบบแฟรนไชส์ได้)

2. ธุรกิจที่ท่านทำต้องการผู้ร่วมขยายงานที่ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องธุรกิจนี้มาก่อน  แต่สามารถวางระบบให้ทำงานได้  และบางส่วนสอน อบรม ถ่ายทอดความลับทางการค้า ให้เรียนรู้ได้  เช่น ถ้าเป็นธุรกิจอาหาร  แต่ท่านสามารถออกแบบระบบให้ครัวที่ร้านไม่จำเป็นต้องทำกับข้าว โดยใช้ฝีมือพ่อครัวระดับชั้นยอด  เพราะออกแบบให้มีซอสพิเศษแสนอร่อย และการเตรียมอาหารบางส่วนมาแล้ว  ทำให้คนธรรมดาๆ เรียนรู้วิธีทำอาหารของร้าน  จนกระทั่งได้รสชาติมาตรฐาน เหมือนๆ กันทุกจาน  ก็เป็นอันใช้ได้

3. ถ้าธุรกิจของท่านต้องการขยายตัวให้รวดเร็ว  แต่ไม่ต้องการกู้เงิน หรือขยายเพิ่มทุนจำนวนมากๆ มารองรับการขยายงาน  ระบบแฟรนไชส์เป็นวิธีที่ใช้เงินลงทุนในการจัดวางระบบ และเปิดร้านของตนเองจำนวนหนึ่ง  และสาขาที่เหลือก็ขยายด้วยระบบแฟรนไชส์   ทำให้ใช้เงินนักลงทุนมาเปิดสาขาของธุรกิจ  และตัวธุรกิจเองก็ได้เงินทุนมาจัดแจงดูแลสาขาใหม่จากเงินของนักลงทุนเอง

4. ธุรกิจแฟรนไชส์มองกระบวนการมากกว่าตัวสินค้า ในธุรกิจแฟรนไชส์ จะต้องจัดกระบวนการให้รองรับต่อการบริหารจัดการที่แบ่งหน้าที่ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซี  และทำกระบวนการให้ราบรื่น ประทับใจลูกค้า  แม้สินค้าจะไม่ถึงขนาดดีสุดยอด  แต่ก็ดีตามระดับมาตรฐานที่ผู้บริโภคคาดหวัง  และสร้างประสบการณ์ที่ดี  ที่มีสาขาจำนวนมากรองรับ

5. ธุรกิจแฟรนไชส์ คือ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่มากกว่าแค่ตัวแทนจำหน่าย ยกตัวอย่าง ถ้าธุรกิจท่านต้องการแค่หน้าร้านขายของ ก็อาจนำสินค้าไปฝากขาย  หาหน้าร้านในห้างโมเดิร์นเทรดมาช่วยขาย   แต่แฟรนไชส์ต้องใส่ Shop Brand (ตรายี่ห้อร้านค้า) และกระบวนการให้บริการ  เข้ามาทำให้มีอะไรมากกว่าแค่สินค้า  ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายเลือกพัฒนาธุรกิจให้ขยายด้วยระบบแฟรนไชส์ เพื่อลดการแข่งขันและการบีบคั้นในช่องทางขายผ่านโมเดิร์นเทรดที่นับวันๆ จะเรียกผลประโยชน์จากผู้ผลิตมากขึ้น และมีคู่แข่งในชั้นวางมากขึ้น

6. ขยายธุรกิจแฟรนไชส์ทำได้ในทุกกลุ่มธุรกิจัยรายเลือกพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟนห้บริการ  เข้ามา หาหน้าร้านในห้างมาช่วยขายาจะไม่ถึงขนาดดีสุดยอด  แต่ก็ดีตามระดับมาตรฐา  จริงอยู่ที่ธุรกิจอาหารนิยมใช้ระบบแฟรนไชส์ในการขยายสาขา  แต่จริงๆ แล้วธุรกิจที่ไม่มีหน้าร้านก็สามารถขยายด้วยระบบแฟรนไชส์ได้เช่นกัน  เช่นในสหรัฐอเมริกา มีแฟรนไชส์ นิติบุคคลบริหารอาคารชุด  ซึ่งมีขนาดธุรกิจหลายพันล้านเหรียญเลยทีเดียว

7. ธุรกิจแฟรนไชส์จะโตได้ต้องเริ่มจากการวางระบบภายในให้ดีและพร้อม  ไม่ใช่เริ่มจากการขายแฟรนไชส์โดยยังไม่พร้อม  โดยในธุรกิจที่น่าสนใจแปลกใหม่ไฟแรง มักมีคนมาขอซื้อแฟรนไชส์โดยยังไม่พร้อม  ถ้าใจอ่อนขายแฟรนไชส์ไปโดยไม่พร้อม  ก็จะได้ทั้งเงินและปัญหาตามมาได้  ดังนั้นธุรกิจท่านที่จะขยายแฟรนไชส์ต้องเริ่มจากการวางกลยุทธ์ที่ดี ก่อนเปิดขยายแฟรนไชส์

อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกท่านพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนว่า ธุรกิจท่านพร้อมเลือก วิถีแฟรนไชส์ เป็นกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจหรือไม่  ถ้าใช่ ❗️ เตรียมตัวพร้อมและลุยเลยครับ

 

บทความโดย

อาจารย์ จิรภัทร สำเภาจันทร์
– กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์จำกัด
– ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย
– ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้าน กลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก

TOP BUSINESS
Credit : สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ / https://www.flathailand.com


750x150-white-2

ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์ ที่ปรึกษาและงานบริหารจัดการ เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ สนับสนุนการดำเนินงานธุรกิจการค้า พัฒนาค้าปลีกและแฟรนไชส์ ขยายแนวคิด Start up ขับเคลื่อน SMEs จัดการปัญหาภายใน ตลอดจนเพิ่มยอดขาย ขยายกำไร อย่างมีประสิทธิภาพ

Copyright by Top Business 2019. All rights reserved.