KKR acquires Nothing Bundt Cakes for $2B+ — Franchise model unit economics

KKR จ่าย 2 พันล้านดอลลาร์ ซื้อร้านเค้กที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก? นักลงทุนมองเห็นอะไรในร้านนี้?

ปี 1997 เพื่อนสองคนในลาสเวกัสทะเลาะกันเรื่องสูตรเค้ก

Dena Tripp พาขนม Bundt Cake ไปงานเลี้ยงบ้าน Debbie Shwetz แต่ไม่มีครีมชีสฟรอสติ้ง เพราะหาวิธีโรยลงไปในรูกลางของเค้กทรงแหวนไม่ได้ ทั้งคู่คุยกันว่าถ้าแก้ปัญหานี้ได้ น่าจะมีคนซื้อ

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ Nothing Bundt Cakes กลายเป็นเชนร้านเค้กเฉพาะทางที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ มีกว่า 700 สาขา และเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา KKR บริษัทลงทุน Private Equity ระดับโลกที่บริหารสินทรัพย์กว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ ประกาศซื้อแบรนด์นี้ในราคาเกิน 2 พันล้านดอลลาร์

สำหรับคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อนี้ คำถามแรกที่นึกขึ้นมาคือ ร้านเค้กที่ขายของอย่างเดียวคือ Bundt Cake มีราคาถึงขนาดนั้นได้ยังไง?

ก่อนไปถึง KKR ต้องเข้าใจ Nothing Bundt Cakes ก่อน

สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านเบเกอรี่ทั่วไปคือการตัดสินใจที่ดูขัดสัญชาตญาณตั้งแต่แรก นั่นคือขายแค่อย่างเดียว ไม่มีคุกกี้ ไม่มีครัวซองต์ ไม่มีบราวนี่ มีแค่ Bundt Cake ขนาดต่างๆ กับฟรอสติ้งครีมชีสสูตรเดียว

โมเดลแบบนี้ทำให้ทุกอย่างถูก Standardize ได้อย่างสมบูรณ์ เปิด Franchise ได้ง่าย ควบคุมคุณภาพได้ทุกสาขา และไม่ต้องจ้างพนักงานที่มีทักษะสูง ผลลัพธ์คือสาขาที่โตเฉลี่ย 2 ปีขึ้นไปมียอดขายต่อปีราว 1.4 ล้านดอลลาร์ต่อสาขา และ EBITDA Margin อยู่ที่ประมาณ 21.6% ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับธุรกิจอาหาร

จาก 2007 ที่เริ่มขาย Franchise ไม่ถึง 20 ปี สาขาขยายจากศูนย์เป็น 700 แห่ง และยังโตต่อเนื่องปีละกว่า 19%

แล้ว KKR เห็นอะไรในดีลนี้?

KKR ก่อตั้งในปี 1976 โดยสามนักลงทุนที่ออกมาจากวาณิชธนกิจ Bear Stearns ด้วยความเชื่อว่าการซื้อกิจการด้วย Leverage แล้วปรับปรุงก่อนขายออกไปสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในตลาดหุ้น วันนี้ KKR บริหารเงินกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์และมีชื่อเสียงด้านการเลือกซื้อกิจการที่คนอื่นยังมองไม่เห็นมูลค่า

สิ่งที่ KKR เห็นใน Nothing Bundt Cakes ไม่ใช่ร้านเค้ก แต่คือโมเดล Franchise ที่มีตัวเลข

Unit Economics

แข็งแกร่งในทุกมิติ รายได้สม่ำเสมอ ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำสูง เปิดสาขาใหม่ยังมีพื้นที่อีกมาก และที่สำคัญที่สุดคือความเรียบง่ายของโมเดลที่ทำให้ Scale ขึ้นโดยไม่เสียคุณภาพ

ก่อนหน้า KKR เข้ามา Roark Capital ซื้อแบรนด์นี้ในปี 2021 และในช่วง 5 ปี จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า Roark ขายต่อให้ KKR เพื่อทำกำไร และ KKR เข้ามาพร้อมแผนขยายต่อในตลาดที่ยังเหลืออีกมาก

สิ่งที่ดีลนี้ชวนคิดคือ Franchise ที่น่าสนใจที่สุดในสายตาของนักลงทุนระดับโลก ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ที่ดังที่สุด แต่คือแบรนด์ที่มีระบบรัดกุมพอที่จะทำซ้ำได้โดยไม่เสียตัวตน และเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาดาวเด่นคนเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Top Business

ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์ ที่ปรึกษาและงานบริหารจัดการ เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ สนับสนุนการดำเนินงานธุรกิจการค้า พัฒนาค้าปลีกและแฟรนไชส์ ขยายแนวคิด Start up ขับเคลื่อน SMEs จัดการปัญหาภายใน ตลอดจนเพิ่มยอดขาย ขยายกำไร อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดต่อเรา

โทรศัพท์

094-926-1455 094-925-6991

อีเมล

[email protected]

LINE Official

@topbusiness

เวลาทำการ

จันทร์ - ศุกร์ 09:00 - 18:00

ติดต่อเรา →