
mcdonald ครัวพังบ่อยจนต้องพึ่ง AI

ครัวพังบ่อยจนต้องพึ่ง AI
มีเรื่องเล่าขำขันที่ถูกพูดถึงในหมู่แฟนพันธุ์แท้ McDonald's มานานปี นั่นคือเครื่องทำ McFlurry แทบทุกสาขาพังอยู่ตลอดเวลา มีแม้กระทั่งเว็บไซต์อย่างไม่เป็นทางการชื่อ McBroken ที่ Track ว่าสาขาไหนเครื่องใช้งานได้บ้างแบบ Real-time
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องขำสำหรับ McDonald's เพราะอุปกรณ์ที่พังโดยไม่รู้ตัวล่วงหน้า คือหนึ่งในปัญหาปวดหัวที่สุดในการบริหาร Franchise 43,000 สาขาทั่วโลก
และนั่นคือหนึ่งในโจทย์ที่ McDonald's กำลังใช้ AI แก้อยู่ตอนนี้
AI เข้ามาอยู่ในครัวของ McDonald's ได้ยังไง?
ปลายปี 2023 McDonald's ประกาศ Partnership ระยะหลายปีกับ Google Cloud ซึ่งครอบคลุมทั้ง Hardware, Data และ AI Technology และในปี 2025 เริ่ม Rollout จริงไปยังร้านในสหรัฐฯ โดยติดตั้ง Edge Computing Server ในแต่ละสาขา เชื่อมข้อมูลจากทุกอุปกรณ์ในครัวเข้าหากันแบบ Real-time
สิ่งที่เกิดขึ้นในครัวตอนนี้คือ เตาทอด เตาปิ้ง เครื่อง McFlurry และอุปกรณ์อื่นๆ ล้วนมีเซ็นเซอร์ติดอยู่ ส่งข้อมูลประสิทธิภาพทุกวินาทีไปให้ระบบ AI วิเคราะห์ เมื่อใดที่ตัวเลขเริ่มผิดปกติ ระบบจะแจ้งเตือนก่อนที่เครื่องจะพังจริงๆ ไม่ใช่หลังจากพังแล้วค่อยรู้
McDonald's ยังทดสอบกล้อง Computer Vision ที่ตรวจสอบออร์เดอร์ก่อนส่งให้ลูกค้า และระบบ AI ที่วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อส่ง Personalized Offer เช่น คนที่ชอบของหวานอาจได้รับโปรโมชั่น McFlurry ผ่านแอปโดยอัตโนมัติในวันที่อากาศร้อน
ก่อนหน้านี้ McDonald's เคยทดสอบ Voice AI รับออร์เดอร์ใน Drive-thru ร่วมกับ IBM ตั้งแต่ปี 2021 แต่ต้องยุติในปี 2024 เพราะระบบยังผิดพลาดบ่อย รวมถึงเคยเพิ่มชาเย็น 9 แก้วในออร์เดอร์หนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้กลับมาทดสอบใหม่กับ Google ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับวงการ Franchise?
ก่อนหน้านี้ ข้อได้เปรียบของ Franchise อยู่ที่สองสิ่งหลัก คือทำเล และระบบมาตรฐานที่พิสูจน์แล้ว แต่ในโลกที่ทำเลดีถูกจองหมดแล้ว และมาตรฐานการให้บริการทุกแบรนด์ดูเหมือนกันมากขึ้น สนามแข่งใหม่กำลังเปิดขึ้น นั่นคือ ใครใช้ Technology ได้ดีกว่า
McDonald's มีข้อได้เปรียบที่ไม่มีใครลอกได้ง่าย นั่นคือขนาด ข้อมูลจาก 43,000 สาขาที่ให้บริการลูกค้า 65 ล้านคนต่อวัน ทำให้โมเดล AI ของ McDonald's เรียนรู้และแม่นยำขึ้นในอัตราที่คู่แข่งเล็กกว่าทำตามไม่ได้ ยิ่ง Scale ใหญ่ ยิ่งข้อมูลเยอะ ยิ่ง AI ฉลาด และยิ่งทิ้งห่างจากคู่แข่งมากขึ้นเรื่อยๆ
McDonald's ตั้งเป้าเพิ่มฐานสมาชิก Loyalty จาก 175 ล้านคนเป็น 250 ล้านคนภายในปี 2027 และให้ 30% ของออร์เดอร์ Delivery ทั้งหมดมาจากแอปของตัวเอง ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขการตลาด แต่คือเส้นข้อมูลที่ทำให้ AI ฉลาดขึ้นทุกวัน
สิ่งที่น่าคิดคือ ในอดีตเราคิดว่าร้านอาหารแข่งกันที่รสชาติและทำเล แต่ตอนนี้ McDonald's กำลังพิสูจน์ว่าเครือข่ายข้อมูลและความสามารถในการ Predict ปัญหาก่อนที่มันจะเกิดขึ้น อาจเป็นความได้เปรียบที่ยั่งยืนแบบใหม่ที่จะเข้ามาในภาวะเช่นนี้ พวกเขาเหล่านั้นดังที่กล่าวมา ก็จะมองหาการขยายผลเงินที่ตนได้รับมา เพื่อให้เกิดการงอกเงยขึ้นไป ในรูปแบบการลงทุนต่างๆ ทั้งแบบ Passive Income (พาสซีฟ อินคัม) หรือรายได้ที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องทำงาน และแบบ Active Income (แอคทีฟ อินคัม) หรือรายได้ที่เกิดขึ้นโดยลงมือทำงาน
ในโลกตลาดทุนและตลาดการเงิน ก็จะมุ่งไปสู่การนำเงินลงทุนไปซื้อสินทรัพย์ชนิดต่างๆ เช่นหุ้น พันธบัตร ทองคำ อสังหาฯ แต่ถ้าเป็นโลกที่ต้องทำงานให้เติบโตสูงเชิงรายได้และอาชีพ การนำเงินเป็นลงทุนในธุรกิจที่ต้องดูแลเองก็เป็นทางเลือกที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้
ช่วงต้นๆ ปี จึงจะมีหลายท่านเล็งหาธุรกิจแฟรนไชส์ที่ถูกใจ เพื่อนำเงินที่ได้มา ต่อยอดเป็นอาชีพ ทั้งแทนอาชีพเดิมจากการเปลี่ยนงาน หรือ เพิ่มอาชีพใหม่ ต่อยอดรายได้จากเงินประจำ
จากสถิติแล้ว ในช่วงที่องค์กรต่างๆ มีการลดพนักงาน ด้วยสภาพเศรษฐกิจหรือด้วยปัจจัยการตกต่ำอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภทพร้อมกัน จะพบว่า อัตราการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์จะสูงขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ จากการเปลี่ยนอาชีพโดยแรงกดดัน
ในช่วงที่เม็ดเงินในมือของคนวัยทำงานมีมาก แต่ตลาดหุ้น ตลาดการลงทุนอยู่ในช่วงเอาแน่เอานอนไม่ได้ ผลตอบแทนรวมไม่ดี ความผันผวนสูง ก็จะเป็นช่วงสำคัญที่ผู้คนไม่นำเงินไปเก็บไว้ในตลาดเงินตลาดทุน แต่หันนำเงินออกมาลงทุนด้วยตนเอง
จึงจะฝากเคล็ดไม่ลับในการซื้อหาแฟรนไชส์แบบง่ายๆ ให้ท่านที่เล็งธุรกิจใหม่ รับปีใหม่ ไว้พิจารณานะครับ
บทความโดย อาจารย์ จิรภัทร สำเภาจันทร์ – กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์จำกัด – ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพ ัดบริการรายแรกของไทย – ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้ าน กลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก
TOP BUSINESS
Credit : สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ / https://www.flathailand.com

